Press Release

สทน.จับมือนิวเคลียร์ซิสเต็มวิจัยและพัฒนาระบบสังเคราะห์สารเภสัชรังสี

31 July 2020
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ  (องค์การมหาชน)
หรือ  สทน.  โดยรองศาสตราจารย์  ดร.  ธวัชชัย  อ่อนจันทร์  ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ  และ  บริษัท  บริษัท  นิวเคลียร์  ซิสเต็ม  จำกัด  โดยนายธนัฐ  จอมแก้ว  กรรมการผู้จัดการบริษัทนิวเคลียร์  ซิสเต็ม  จำกัด  ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระบบสังเคราะห์สารเภสัชรังสี  และแนวทางการจัดสรรผลประโยชน์หลังจากได้ผลงานวิจัยและพัฒนาสำเร็จแล้ว

จากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์จึงมีการพัฒนาสารเภสัชรังสี  68Ga-PSMA (Gallium-68 Prostrate Specific Membrane Antigen)  ซึ่งได้มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการตรวจวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก  เพื่อใช้ในการกำหนดระยะโรคและการวางแผนการรักษา  การประเมินผลการรักษาและการตรวจวินิจฉัยการกลับมาเป็นซ้ำของโรค  ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการหายขาดจากโรคของผู้ป่วยได้เป็นอย่างมาก  อย่างไรก็ตามการเตรียมสารเภสัชรังสี  68Ga-PSMA  สามารถเตรียมได้  2  วิธีการ  คือการผสมด้วยมือ  (Manual Labeling)  และการเตรียมโดยใช้เครื่องสังเคราะห์สารเภสัชรังสี (Radiopharmaceuticals Synthesis)  ซึ่งทั้งอุปกรณ์และสารเคมีที่มีการขายทั่วไปนั้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น  และราคาค่อนข้างแพงมากประมาณ  3-5  ล้านบาท  ปัจจุบันการผลิตสารเภสัชรังสี 68Ga-PSMA  ดังกล่าวที่ผลิตโดยศูนย์ไอโซโทปรังสี  (ศอ.)  ของ  สทน.  เพื่อให้บริการแก่โรงพยาบาลนั้น  ใช้วิธีการผสมด้วยมือโดยนักวิทยาศาสตร์  ซึ่งการผลิตในแต่ละครั้งนั้นเจ้าหน้าที่จะได้รับรังสีในปริมาณมาก

ดังนั้น  สทน.  และ  บริษัท  นิวเคลียร์  ซิสเต็ม  จำกัด  จึงได้ตกลงร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ความปลอดภัยด้านรังสีเพื่อให้ได้นวัตกรรมสินค้า  และบริการใหม่  คือ  เป็นเครื่องติดฉลากไอโซโทปรังสี  Ga-68 PSMA  และ  Ga-68  Dotatate  สำหรับใช้ตรวจวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก  โดยเป็นเครื่องแบบ  Semi-manual labeling module  ที่ใช้งานสะดวกและได้รับรังสีเท่าที่จำเป็น  และเพื่อสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ไอโซโทปรังสี  และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ทางการแพทย์  สทน.มีหน้าที่หลักในการออกแบบ  ประกอบ  ทดลองใช้เครื่องต้นแบบ  ให้สามารถใช้งานได้จริง  พร้อมทั้งสามารถวางแผนการผลิตเครื่องเชิงพาณิชย์ได้อย่างถูกต้อง  ในส่วนของ  บริษัท  นิวเคลียร์  ซิสเต็ม  จำกัด  จะได้สิทธิในการเป็นผู้จัดจำหน่ายผลงานวิจัยและพัฒนาแต่เพียงผู้เดียว  เป็นระยะเวลา  2  ปี  และสามารถเจรจาต่อสัญญาได้  สำหรับแผนงานนี้กำหนดระเวลาความร่วมมือไว้  2  ปี

รศ.ดร.  ธวัชชัย  กล่าวสรุปว่า  ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการร่วมวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้  คือ  เพิ่มองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีการแพทย์และสาธารณสุขของไทย  โดยเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์  ได้เครื่องสังเคราะห์สารเภสัชรังสี  68Ga-PSMA  ที่  สทน.  ออกแบบด้วยตนเอง  ลดการนำเข้าเครื่องสังเคราะห์  สารเคมี  วัสดุอุปกรณ์  ซึ่งมีราคาสูง  และเป็นการประหยัดช่วยประเทศชาติ  ลดการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงานและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย  เป็นการพัฒนาศักยภาพ  ความรู้  ความสามารถ  ของนักวิจัยของ  สทน.  และสามารถนำเป็นเครื่องต้นแบบเพื่อผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต