Get Adobe Flash player

งานบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา

งานบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา

ศูนย์ฉายรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ มีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาที่มีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากรและเครื่องมือในการให้บริการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด และการตรวจวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคชนิดอื่นๆ แก่ ผู้ที่มาขอใช้บริการฉายรังสี และสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ (ที่ไม่ต้องใช้บริการการฉายรังสี) โดยใช้ระยะดำเนินการทราบผลและออกรายงานผลการวิเคราะห์ประมาณ 20 วันทำการ (อาจจะได้ผลเร็วกว่า 20 วันทำการ หากผลการตรวจวิเคราะห์เสร็จก่อน)

ประเภทของการให้บริการ

1. การตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อนฉายรังสีเพื่อใช้ในการ กำหนดปริมาณรังสีที่เหมาะสม และการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสีเพื่อให้ มั่นใจว่าปริมาณเชื้อจุลินทรีย์มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ มาตรฐานของสินค้าชนิดนั้นๆ

2. การตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคที่สำคัญๆในผลิตภัณฑ์อาหาร สมุนไพร เครื่องสำอาง เช่น Staphylococcus aureus, Escherichia coli, Clostridium spp., Pseudomonas aeruginosa, Bacillus cereus. Salmonella spp. เป็นต้น

3. การตรวจวิเคราะห์หา Presumptive taint producing Alicyclobacillus โดยวิธีการตรวจวิเคราะห์ IFU Method on the Detection of taint producing Alicyclobacillus in Fruit Juices. (IFU Method No.12)  

4. การจำแนกชนิดของเชื้อจุลินทรีย์โดยเครื่อง VITEK®2 Systems ของบริษัท bioMérieux, Inc. โดยรายงานผลเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ และเปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็นที่จะเป็นเชื้อชนิดนั้น

5. การตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาอื่นๆ ตามวิธีการตรวจวิเคราะห์ที่ลูกค้าต้องการ

 

ขอบข่ายที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC17025:2005

          ปัจจุบันศูนย์ฉายรังสีได้รับรองระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทาง จุลชีววิทยาตามระบบมาตรฐาน ISO/IEC 17025 จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขใบรับรองเลขที่ 1234/56 โดยขอบข่ายที่ได้รับการรับรองมีรายละเอียดดังนี้

ผลิตภัณฑ์ : วัตถุดิบสมุนไพร และเครื่องเทศ (แบบแห้งและหรือเป็นผง)

วิธีการ       : AOAC Official Method 2002.07 Detection and Quantification of Total

                     Aerobic Microorganisms SimPlate Total Plate Count-Color Indicator

                     (TPC-CI) Method

รายละเอียดเพิ่มเติม

1.การตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อน/หลังฉายรังสี ร่วมกับการบริการฉายรังสี

2.ขั้นตอนการขอรับบริการตรวจวิเคราะห์

3.วิธีการจัดส่งตัวอย่างที่ถูกต้อง

4.วิธีการตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยานำมาใช้ในการตรวจวิเคราะห์

5.การให้บริการจำแนกชนิดของเชื้อจุลินทรีย์โดยเครื่อง VITEK®2 Systems

6.นโยบายของห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา

7.รวบรวมเกณฑ์มาตรฐานของผลิตภัณฑ์สินค้าประเภทต่างๆ

8.ช่องทางการร้องเรียนบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา

9.ถาม-ตอบ (Q&A)

10.บทความเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การใช้ประโยชน์จากรังสีในผลิตภัณฑ์ต่างๆ

11.Download documents

 

 

1.การตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อน/หลังฉายรังสี ร่วมกับการบริการฉายรังสี

เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาขอรับบริการฉายรังสีเพื่อลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์นั้น มักจะไม่ทราบว่ามีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์มากน้อยเท่าใด และต้องใช้ปริมาณรังสีมากน้อยขนาดไหนที่จะทำให้ลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ลงได้ตามที่ต้องการหรือตามที่มาตรฐานสินค้าชนิดนั้นๆกำหนด ศูนย์ฉายรังสีจึงอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า โดยการเปิดให้บริการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อนฉายรังสีเพื่อใช้ในการกำหนดปริมาณรังสีที่เหมาะสม และการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสีเพื่อให้มั่นใจว่ามีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดต่ำกว่าเกณฑ์ของมาตรฐานของสินค้าชนิดนั้นๆ

ข้อดีการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อน/หลังฉายรังสี กับห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา ของศูนย์ฉายรังสี มีดังต่อไปนี้

  1. เป็นการให้บริการที่เบ็ดเสร็จภายใต้หน่วยงานเดียวกัน
  2. มีการกำหนดปริมาณรังสีจากผลการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้มีประสบการณ์ด้านการฉายรังสีในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำให้ปริมาณรังสีที่ใช้เหมาะสม และไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
  3. รับประกันผลการฉายรังสีว่าจะสุดท้ายแล้วผลิตภัณฑ์จะมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสีตามที่ลูกค้าต้องการ  (หมายเหตุ หากลูกค้ากำหนดปริมาณรังสีที่ต้องการเองในใบคำขอรับบริการฉายรังสี โดยไม่ใช้บริการนี้กับห้องปฏิบัติการฯ   ศูนย์ฉายรังสีจะรับรองเฉพาะปริมาณรังสีที่ผลิตภัณฑ์ได้รับว่าไม่น้อยกว่าที่ลูกค้าร้องขอเท่านั้น แต่ไม่รับรองผลของการฉายรังสีว่าได้ลดปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสีตามที่ลูกค้าคาดหวังไว้ รวมถึงกรณีที่ท่านนำผลการตรวจวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์ก่อนฉายรังสีจากห้องปฏิบัติการอื่นๆมาให้ศูนย์ฉายรังสีกำหนดปริมาณรังสีให้)

ข้อจำกัด

เนื่องจากมีกระบวนการขั้นตอนมาก และเป็นการตรวจวิเคราะห์ทางด้านจุลชีววิทยาซึ่งต้องการระยะเวลาเพื่อให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโต   จึงทำให้ใช้ระยะเวลาพอสมควรในการดำเนินการจนเสร็จสมบูรณ์อย่างน้อยที่สุดคือ ประมาณ 20 วัน และสูงสุดคือ 39 วันนับจากวันที่ส่งตัวอย่างให้แก่ศูนย์ฉายรังสี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดที่เจอ หรือประมาณ 20 วันทำการนับจากวันที่สินค้าได้ฉายรังสี โดยแต่ละขั้นตอนมีระยะเวลาและข้อจำกัดตามตารางด้านล่าง

ขั้นตอนที่ รายละเอียด ระยะเวลาดำเนินการ ข้อจำกัด
1.

ตรวจหาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดในตัวอย่างก่อนฉายรังสี  

1-5 วัน

ขึ้นกับวิธีการตรวจวิเคราะห์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้บางวิธีใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์นาน
  ตรวจหาปริมาณยีสต์และราในตัวอย่างก่อนฉายรังสี  

5-7 วัน

 
2. กำหนดวันฉายรังสี 1-14 วัน ขึ้นกับปริมาณรังสีที่จะใช้   ตารางการฉาย ณ เวลานั้นๆ   หรือสินค้ามีปริมาณน้อยจะต้องฉายรรังสีรอบ SMEs ซึ่งจะมีเฉพาะสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน
3. การทิ้งระยะเวลาก่อนตรวจตัวอย่างหลังฉายรังสี(โดยเฉพาะสินค้าประเภทสมุนไพร เครื่องสำอาง) 3 วัน เพื่อให้เชื้อจุลินทรีย์ได้ลดจำนวนลงไปในระดับที่คงที่แล้ว จึงค่อยทำการตรวจวิเคราะห์
4.

ตรวจหาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดในตัวอย่างหลังฉายรังสี  

1-5 วัน

ขึ้นกับวิธีการตรวจวิเคราะห์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้บางวิธีใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์นาน
5. ตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในตัวอย่างหลังฉายรังสี  

10 วัน

(เพิ่มเติมจากข้อ 4.)

หากลูกค้าต้องการตรวจเชื้อก่อโรคชนิดอื่นๆ ระยะเวลาในการตรวจวิเคราะห์จะเพิ่มขึ้นไปด้วย

                            ดังนั้นผู้ประกอบการ/ลูกค้า จะต้องเผื่อเวลาในการดำเนินการให้แก่ศูนย์ฉายรังสีเพื่อจะได้ดำเนินการให้มีประสิทธิภาพอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ศูนย์ฉายรังสีจะมีการติอต่อแจ้งลูกค้าได้รับทราบว่าได้ดำเนินการถึงขั้นตอนใดเป็นระยะๆจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฉายรังสี

ขั้นตอนการทำงานของศูนย์ฉายรังสีในการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อน/หลังฉายรังสี ร่วมกับการบริการฉายรังสี

 

2.ขั้นตอนการขอรับบริการตรวจวิเคราะห์

1. กรอกแบบฟอร์มใบคำขอรับบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา (FM-IC-54)

                 ข้อควรระวัง

                1.1 หากท่านต้องการขอใบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อที่อยู่ และชื่อตัวอย่าง ลักษณะตัวอย่างจะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษมาด้วย

               1.2 ลูกค้าควรตรวจสอบตัวสะกดของชื่อที่อยู่ ชื่อตัวอย่าง และลักษณะตัวอย่างให้ถูกต้อง เนื่องจากศูนย์ฉายรังสีจะออกใบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาตามที่ลูกค้าแจ้งมา

                 1.3 ส่งเอกสารแบบฟอร์มใบคำขอรับบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา (FM-IC-54 ) ให้ศูนย์ฉายรังสี โดยสามารถส่งได้หลายวิธี เช่น ทาง FAX ที่เบอร์ 02-5771945, E-mail:This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.หรือมาส่งใบคำขอรับบริการด้วยตนเอง

( ตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์มใบคำขอรับบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา (FM-IC-54) คลิ๊กที่นี่)

                

2. ศูนย์ฉายรังสีออกใบแจ้งหนี้, ใบยืนยันการให้บริการเพื่อแจ้งวันส่งตัวอย่าง และวันที่ได้รับผลการวิเคราะห์

ส่งให้ลูกค้า โดยเมื่อลูกค้าได้รับแล้วจะต้องดำเนินการชำระค่าบริการแล้วส่งหลักฐานกลับมาหรือนำหลักฐานการโอนเงินมาแสดงในวันส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์

3. จัดส่งตัวอย่างให้แก่ศูนย์ฉายรังสี 37 หมู่ 3 เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120

(วิธีการเตรียมและส่งตัวอย่างในการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา คลิ๊กที่นี่)

4. ระยะเวลาการให้บริการ

4.1 กรณีการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อน/หลังฉายรังสี ร่วมกับการบริการฉายรังสี

     ทราบผลการวิเคราะห์ภายใน 20 วันทำการนับแต่วันที่สินค้าได้รับการฉายรังสี

4.2 กรณีสินค้าทั่วไปอื่นๆ

     ทราบผลการวิเคราะห์ภายใน 20 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับตัวอย่างและนับจากวันที่ชำระค่าบริการแล้ว (เว้นแต่จะตกลงกับลูกค้าเฉพาะราย)

(Q/A ทำไมถึงต้องใช้เวลาตรวจถึง 20 วันทำการ คลิ๊กที่นี่)

(Q/A ทำไมถึงต้องนับแต่วันที่สินค้าได้รับการฉายรังสี หรือ นับแต่วันที่ได้รับตัวอย่างและนับจากวันที่ชำระค่าบริการแล้ว คลิ๊กที่นี่)

 

 

3.วิธีการจัดส่งตัวอย่างที่ถูกต้อง

ลูกค้าจัดส่งตัวอย่างตามวันที่ทางศูนย์ฉายรังสีแจ้งโดยลูกค้าจะต้อง

1.ลูกค้าจะเป็นผู้สุ่มตัวอย่างเอง

2. น้ำหนักของสินค้าตัวอย่าง

2.1 กรณีวัตถุดิบสมุนไพรและเครื่องเทศ ที่อยู่ในขอบข่ายการขอการรับรอง (เป็นผง ใบ ชิ้น ที่มีลักษณะแห้ง) ให้ส่งตัวอย่างที่มีน้ำหนักอย่างน้อย 150 กรัม ต่อ 1 ตัวอย่างเท่านั้น

2.2 กรณีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้ส่งตัวอย่างที่มีน้ำหนักอย่างน้อย 150 กรัม ต่อ 1 ตัวอย่าง แต่สามารถจัดส่งได้น้อยกว่า 150 กรัม ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหัวหน้าฝ่ายตรวจวิเคราะห์/ผู้จัดการวิชาการ

3.ตัวอย่างจะต้องใส่ภาชนะหรือถุงปิดสนิทเพื่อป้องกันการปนเปื้อนภายหลัง

4.ตัวอย่างจะต้องติดฉลากชัดเจน มีชื่อผลิตภัณฑ์ ล็อตการผลิต ตรงตามที่ระบุมาในแบบฟอร์มใบคำขอรับบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา (FM-IC-54)

5.ควรมีการควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับลักษณะของตัวอย่าง เช่น

5.1 กรณีสินค้าที่ต้องเก็บในสภาวะแช่เย็น (Chill) ควรบรรจุในกล่องที่สามารถเก็บความเย็นได้ โดยมีน้ำแข็งหรือ ice pack ในการช่วยรักษาอุณหภูมิของตัวอย่าง

5.2กรณีสินค้าที่ต้องเก็บในสภาวะแช่แข็ง (Frozen) ควรบรรจุในกล่องที่สามารถเก็บความเย็นได้โดยลักษณะของตัวอย่างที่จัดส่งจะต้องอยู่ในสภาพที่เป็นของแข็งไม่ละลาย

6.กรณีการขอรับบริการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อน/หลังฉายรังสี ร่วมกับการบริการฉายรังสี จะถือว่าคือ 2 ตัวอย่าง จะต้องทำการสุ่มตัวอย่างใส่ถุงมา 2 ถุง คือ ถุงที่ 1 ติดฉลากชื่อผลิตภัณฑ์ และระบุว่าเป็น “ก่อนฉายรังสี”   และ ถุงที่ 2 ติดฉลากชื่อผลิตภัณฑ์ และระบุว่าเป็น “หลังฉายรังสี”    

7. หากลูกค้ามีความต้องการส่งตัวอย่างที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของปฏิบัติการ ให้หัวหน้าฝ่ายตรวจวิเคราะห์/ผู้จัดการวิชาการเป็นผู้พิจารณา โดยต้องคำนึงถึงว่าไม่มีผลกระทบต่อความถูกต้องของผลการตรวจวิเคราะห์ และทางห้องปฏิบัติการฯมีนโยบายจะไม่คืนตัวอย่างให้แก่ลูกค้า

8. ทางห้องปฏิบัติการฯมีนโยบายจะไม่คืนตัวอย่างให้แก่ลูกค้า

(Q/A ทำไมการสุ่มตัวอย่างและการจัดเตรียมตัวอย่างจึงมีความสำคัญ คลิ๊กที่นี่)

 

4.วิธีการตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยานำมาใช้ในการตรวจวิเคราะห์

1. วัตถุดิบสมุนไพร
รายการตรวจวิเคราะห์ วิธีการตรวจวิเคราะห์ ผลการตรวจวิเคราะห์
Total Plate Count* AOAC 2002.07 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Total Yeast & Mold Count USP38:2015 Chapter 62 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Total Coliform & Escherichia coli Count AOAC 2005.03 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Enterobacteria

In house method by Simplate®

Enterobacteriaceae

โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Staphylococcus aureus USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
Pseudomonas aeruginosa USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
Salmonella spp. USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 10 กรัม/มิลลิลิตร
Clostridium spp. USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 10 กรัม/มิลลิลิตร
Bile tolerant gram negative bacteria USP Chapter 62 Probable Number of Bacteria per g or ml of Product
Total Anaerobic Plate Count Compendium of method Chapter 23 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร

หมายเหตุ* ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 เฉพาะวัตถุดิบสมุนไพร แบบตากแห้ง เป็นผง บดละเอียด ไม่บรรจุแคปซูล

2. ยาสมุนไพร
รายการตรวจวิเคราะห์ วิธีการตรวจวิเคราะห์ ผลการตรวจวิเคราะห์
Total Plate Count USP Chapter 61 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Total Yeast & Mold Count USP Chapter 62 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Escherichia coli USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
Staphylococcus aureus USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
Pseudomonas aeruginosa USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
Salmonella spp. USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 10 กรัม/มิลลิลิตร
Clostridium spp. USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 10 กรัม/มิลลิลิตร
Bile tolerant gram negative bacteria USP Chapter 62 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Total Anaerobic Plate Count Compendium of method Chapter 23 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
3. เครื่องสำอาง
รายการตรวจวิเคราะห์ วิธีการตรวจวิเคราะห์ ผลการตรวจวิเคราะห์
Total Plate Count FDA BAM, Chapter 23 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Total Yeast & Mold Count FDA BAM, Chapter 23 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Escherichia coli ISO21150 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
Staphylococcus aureus ISO22718 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
Pseudomonas aeruginosa ISO22717 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
Clostridium spp. USP Chapter 62 พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม/มิลลิลิตร
4. อาหาร
รายการตรวจวิเคราะห์ วิธีการตรวจวิเคราะห์ ผลการตรวจวิเคราะห์
Total Plate Count FDA BAM, Chapter 3 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Total Yeast & Mold Count FDA BAM, Chapter 18 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Total Coliform & Escherichia coli Count AOAC 2005.03 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Staphylococcus aureus FDA BAM, Chapter 12 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
AOAC 2003.11 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
In house method by DMSc F 2006 พบ/ไม่พบต่อ 0.1 กรัม/มิลลิลิตร
Bacillus cereus FDA BAM, Chapter 14 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Clostridium perfringens FDA BAM, Chapter 16 โคโลนีต่อกรัม/มิลลิลิตร
Salmonella spp. FDA BAM, Chapter 5 พบ/ไม่พบต่อ 25 กรัม/มิลลิลิตร
5. น้ำผลไม้เข้มข้น
รายการตรวจวิเคราะห์ วิธีการตรวจวิเคราะห์ ผลการตรวจวิเคราะห์
Presumptive taint producing Alicyclobacillus IFU Method on the Detection of taint producing Alicyclobacillus in Fruit Juices. (IFU Method No.12)

โคโลนีต่อ 0.1กรัม หรือ

โคโลนีต่อ 0.01กรัม

พบ/ไม่พบต่อ 1 กรัม

 

5.การให้บริการจำแนกชนิดของเชื้อจุลินทรีย์โดยเครื่อง VITEK®2 Systems

เครื่อง Vitek ®2 systemคือเครื่องที่ใช้ในการตรวจยืนยันชนิดของแบคทีเรีย โดยใช้หลักการทดสอบทางชีวเคมี ซึ่งเครื่องจะอ่านผลจากการ์ดและเทียบกับฐานข้อมูลที่อยู่ในเครื่องว่าผลทางชีวเคมีตรงกับแบคทีเรียชนิดใด โดยจำแนกออกมาเป็น Genus species และยืนยันผลเป็นเปอร์เซ็นต์ซึ่งจะต้องมีการเลือกใช้การ์ดตามกลุ่มของแบคทีเรียที่ต้องการยืนยัน โดยมีการ์ดทั้งหมด 4 ชนิดคือ

1. GN Card ใช้ตรวจยืนยันชนิดของเชื้อจุลินทรีย์แกรมลบ (Gram negative) เช่น Escherichia coli, Escherichia vulneris, Klebsiella oxytoca, Salmonella group, Pseudomonas aeruginosa, Vibrio cholera เป็นต้น

2. GP Card ใช้ตรวจยืนยันชนิดของเชื้อจุลินทรีย์แกรมบวก (Gram positive) เช่น Listeria monocytogenes, Enterococcus spp., Staphylococcus aureus, Streptococcus spp. เป็นต้น

3. BCL Card ใช้ตรวจยืนยันชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ชนิด Bacilli เช่น Geobacillus stearothermophilus, Brevibacillus choshinensis, Bacillus subtilis, Bacillus amyloliquefaciens, Bacillus atrophaeus เป็นต้น

     4. ANC Card ใช้ตรวจยืนยันชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ชนิด Anaerobic เช่น Clostridiumperfringens, Clostridium sporogenes, Lactobacillus acidophilus เป็นต้น

ตาราง การรายงานผลเป็นเปอร์เซ็นต์ความเชื่อมั่น (% Probability)

ระดับความเชื่อมั่น % ความเชื่อมั่น
ดีเยี่ยม 96 to 99
ดีมาก 93 to 95
ดี 89 to 92
ไม่ยอมรับ 85 to 88
Low discrimination or slashline มีเชื้อ 2 หรือ 3 ชนิดที่เป็นไปได้ จะต้องใช้การทดสอบอื่นเพิ่มเติมเพื่อแยกชนิด
Non - identified มีเชื้อ >3 ชนิดที่เป็นไปได้ หรือเชื้อที่ทดสอบมีลักษณะที่แตกต่างจากฐานข้อมูลของเครื่องมากจนไม่สามารถแยกชนิดได้

 

ขั้นตอนการจัดส่งตัวอย่างสำหรับตรวจจำแนกชนิดของเชื้อจุลินทรีย์โดยเครื่อง VITEK®2 Systems

1. ดำเนินการเขี่ยเชื้อจุลินทรีย์ที่ต้องการลงในอาหารเลี้ยงเชื้อที่เป็นชนิด nonselective agar และเลี้ยงให้เจริญในสภาวะที่เหมาะสมจนกระทั่งเชื้อจุลินทรีย์เจริญได้โคโลนีเดี่ยว (Single Colony)

001                    001 

2. ดำเนินการปิดจานเพาะเชื้อด้วย Paraffin film ติดฉลากชื่อตัวอย่างให้ถูกต้องชัดเจน และดำเนินการจัดส่งให้แก่ ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา ณ ศูนย์ฉายรังสี คลองห้า ปทุมธานี

 

6.นโยบายของห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา

(เป็นไปตามข้อกำหนด ISO/IEC 17025:2017)

1. ห้องปฏิบัติการมีนโยบายไม่ส่งงานต่อให้แก่ ห้องปฏิบัติการภายนอก (External provider) ในกรณีที่ห้องปฏิบัติการไม่สามารถดำเนินการตรวจวิเคราะห์เองได้

2. ห้องปฏิบัติการมีนโยบายไม่ดำเนินการตัดสินใจและแปลผลว่าเป็นไปตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นๆ (Specification หรือ Standard) ในรายงานผลการวิเคราะห์

3. กรณีที่พบว่าตัวอย่างมีปัญหาหรือการเบี่ยงเบนจากสภาพปกติ แต่ลูกค้ายืนยันที่จะส่งตัวอย่างดังกล่าวเพื่อตรวจวิเคราะห์ ทางห้องปฏิบัติการจะระบุปัญหาหรือการเบี่ยงเบนที่เกิดขึ้นลงในช่องหมายเหตุ ของแบบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาฉบับภาษาไทย (FM-IC-61) หรือ แบบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาฉบับภาษาอังกฤษ (FM-IC-62) โดยใช้ข้อความ

-       “....(ระบุความเบี่ยงเบนที่เกิดขึ้น)...... ปัญหาและการเบี่ยงเบนที่เกิดขึ้นอาจจะมีผลกระทบต่อผล     การวิเคราะห์ได้ ซึ่งห้องปฏิบัติการจะไม่รับผิดชอบในกรณีดังกล่าว”

-       “…….(ระบุความเบี่ยงเบนที่เกิดขึ้น)...... may be affected the results and is not responsible of the laboratory in this case”


7.รวบรวมเกณฑ์มาตรฐานของผลิตภัณฑ์สินค้าประเภทต่างๆ

การทราบมาตรฐาน หรือ เกณฑ์ของสินค้า นั้น   เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ผลิตควรจะทราบ เพื่อที่จะได้ควบคุมการผลิตและควบคุมคุณภาพสินค้าให้ได้ตามที่กฎหมายหรือลูกค้ากำหนด  ทั้งนี้ศูนย์ฉายรังสีได้รวบรวมเกณฑ์การตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาไว้ให้ เพื่อให้ท่านใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตรฐานสินค้าของท่าน ทั้งนี้ท่านสามารถสืบค้นมาตรฐานของสินค้าต่างๆ เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ได้เองผ่านทางเวบไซต์ www.google.com โดยอาจจะใช้คีย์เวิร์ด เช่น มผช. ปลาร้า หรือ มอก. เครื่องสำอาง เป็นต้น

วัตถุดิบสมุนไพร (เกณฑ์ทั่วไป)

วัตถุดิบสมุนไพร(เกณฑ์ตาม WHO)

เครื่องสำอาง (มอก.152-2555)

อาหารหมักดอง(เช่น ปูเค็ม ปลาร้า เป็นต้น)

ยาแคปซูลสมุนไพร


8.ช่องทางการร้องเรียนบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา

เมื่อท่านพบปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา และต้องการที่จะร้องเรียนเพื่อให้เกิดการปรับปรุงในการให้บริการ ท่านสามารถดำเนินการร้องเรียนได้ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. กรอกแบบฟอร์มข้อร้องเรียน ใบรับข้อร้องเรียน FM-IC-21

2. ส่งเอกสารมายังศูนย์ฉายรังสี โดยสามารถส่งได้หลายวิธี เช่น ทาง FAX ที่เบอร์ 02-5771945 , E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. , This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือมาส่งแบบฟอร์มข้อร้องเรียนด้วยตนเอง

3. ศูนย์ฉายรังสีจะแจ้งท่านกลับเพื่อแจ้งความคืบหน้าของข้อร้องเรียนของท่านเป็นระยะๆ

ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา ยินดีน้อมรับข้อคิดเห็นจากท่านเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาขั้นตอนการให้บริการให้ดีมากยิ่งขึ้นไป

หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่บริหารงาน ศูนย์ฉายรังสี โทร. 02-401-9889 ต่อ 6101 , 6103 


9.ถาม-ตอบ (Q&A)

Q1 :      สาเหตุใดที่การตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา จึงต้องทราบผลหลังจากวันที่ฉายรังสีหรือวันที่ส่งตัวอย่าง ไปแล้วประมาณ 20 วันทำการ

A1 :        การตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยานั้นไม่เหมือนกับการตรวจวิเคราะห์แบบอื่น เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู บ่มเพาะให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตขึ้นเพื่อให้สามารถนับหรือสังเกตผลได้ การวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-5 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานที่ใช้ตรวจ ยกเว้นการตรวจด้วยวิธีแบบ Rapid Method จะใช้เวลาเพียง 1 วัน และการตรวจหาปริมาณยีสต์และราจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน ซึ่งจะนานกว่าการตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากยีสต์และรานั้นเจริญเติบโตช้ากว่าเชื้อแบคทีเรีย

การตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคจะมีขั้นตอนในการบ่มให้เชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้นประมาณ 2-3 วัน จึงค่อยนำมาคัดกรองอีกประมาณ 1-3วัน และคัดแยกโดยการเพาะเชื้อลงอาหารเลี้ยงเชื้อที่คัดแยกเฉพาะ(Selective media) อีกประมาณ 2-3 วัน เพื่อให้ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค หากพบโคโลนีที่น่าสงสัยจะต้องทำการตรวจยืนยัน (Identification) ชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคอีกประมาณ 3-10 วัน จึงจะสามารถรายงานผลว่าพบหรือไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ซึ่งจะเห็นว่าการตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคนั้นใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์โดยรวมประมาณ 8-19 วัน ขึ้นอยู่กับว่าในขั้นตอนของการคัดแยกเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคนั้นพบเชื้อที่น่าสงสัยหรือไม่ ซึ่งหากพบและต้องทำการตรวจยืนยันนั้น จะทำให้การตรวจวิเคราะห์ใช้ระยะเวลานานขึ้น

              แต่หากลูกค้าขอรับบริการตรวจหาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อนและหลังฉายรังสี โดยไม่ตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคนั้น โดยทั่วไปจะทราบผลเร็วขึ้นประมาณ 10 วันทำการ นับจากวันที่ฉายหลังสี หรือนับจากวันที่ส่งตัวอย่าง และห้องปฏิบัติการฯ มีนโยบายที่จะรีบแจ้งผลและส่งรายงานผลการวิเคราะห์ให้ลูกค้าทราบโดยเร็ว อย่างไรก็ตามเพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการที่มีหลากหลาย ห้องปฏิบัติการฯจึงทำข้อตกลงกับลูกค้าว่าลูกค้าจะทราบผลการตรวจวิเคราะห์ประมาณ 20 วันทำการ นับจากวันที่ฉายรังสี หรือนับจากวันที่ส่งตัวอย่าง

Q2 :สาเหตุใดที่ต้องนับจากวันที่ฉายรังสี หรือนับจากวันที่ส่งตัวอย่าง (ดำเนินการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว)

A2 : กรณีที่ 1 นับจากวันที่ฉายรังสี เนื่องจากลูกค้าขอตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างหลังฉายรังสีด้วย   โดยปกติห้องปฏิบัติการฯ จะได้รับตัวอย่างในวันถัดไปหลังจากฉายรังสีแล้ว และจากการวิจัยและประสบการณ์ของศูนย์ฉายรังสีพบว่าการตรวจวิเคราะห์ในบางผลิตภัณฑ์จะสามารถทำได้หลังฉายรังสีแล้ว 3 วัน เนื่องจากต้องรอให้เชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์มีปริมาณลดลงจนกระทั่งคงที่เสียก่อน ดังนั้นจึงเริ่มต้นการนับวัน ณ วันที่สินค้าได้รับการฉายรังสี

     กรณีที่ 2 นับจากวันที่ส่งตัวอย่าง เนื่องจากห้องปฏิบัติการจะตรวจตัวอย่างก็ต่อเมื่อลูกค้าได้ดำเนินการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วตามระเบียบและนโยบายของทางสถาบันฯ และในกรณีที่ลูกค้าส่งตัวอย่างล่าช้ากว่าวันที่นัดหมายจะต้องดำเนินการทบทวนขอตกลงเพื่อนัดวันส่งตัวอย่างใหม่อีกครั้งหนึ่ง

Q3: มีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องขอใช้บริการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด ก่อนและหลังฉายรังสี ร่วมกับการบริการฉายรังสี

A3 : หากท่านไม่ทราบว่าจะต้องใช้ปริมาณรังสีเท่าใดที่จะทำให้ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ลดลงตามที่ท่านต้องการ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อนฉายรังสีเพื่อใช้สำหรับการกำหนดปริมาณรังสีที่เหมาะสม และการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสีเพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณเชื้อจุลินทรีย์มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ตามมาตรฐานของสินค้าชนิดนั้นๆ ทั้งนี้ศูนย์ฉายรังสี มีนโยบายที่จะไม่กำหนดปริมาณรังสีให้หากไม่ทราบผลตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ก่อนฉายรังสี อย่างไรก็ตามท่านสามารถนำผลการตรวจวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์ก่อนฉายรังสีที่ท่านมีมาให้ศูนย์ เพื่อกำหนดปริมาณรังสีได้

การตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อน/หลังฉายรังสี กับห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา ของศูนย์ฉายรังสี มีข้อดีดังต่อไปนี้

1.เป็นการให้บริการที่เบ็ดเสร็จภายใต้หน่วยงานเดียวกัน

2.มีการกำหนดปริมาณรังสีจากผลการตรวจวิเคราะห์ทางทางจุลชีววิทยา โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้มีประสบการณ์ด้านการฉายรังสีในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำให้ปริมาณรังสีที่ใช้มีความเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

3.รับประกันผลการฉายรังสีว่าจะสุดท้ายแล้วผลิตภัณฑ์จะมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสีตามที่ลูกค้าต้องการ   ทั้งนี้หากลูกค้าเป็นผู้กำหนดปริมาณรังสีที่ต้องการเอง หรือนำผลการตรวจวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์ก่อนฉายรังสีมาให้โดยไม่ใช้บริการนี้กับห้องปฏิบัติการฯ   ศูนย์ฉายรังสีสงวนสิทธิ์ที่จะรับรองผลเฉพาะปริมาณรังสีที่ผลิตภัณฑ์ได้รับว่าจะไม่น้อยกว่าที่ร้องขอ และไม่รับรองผลของปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสี

Q4: มีเหตุผลใดที่จะต้องส่งตัวอย่างจำนวน 2 ถุง และคิดค่าบริการเป็น 2 ตัวอย่าง   กรณีการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดก่อนและหลังฉายรังสี ร่วมกับการบริการฉายรังสี

A4 : เนื่องจากห้องปฏิบัติการจะต้องทำการตรวจวิเคราะห์ 2 ครั้ง คือครั้งแรกคือตรวจวิเคราะห์ก่อนฉายรังสี และครั้งที่ 2 ตรวจวิเคราะห์หลังฉายรังสี และไม่สามารถใช้ตัวอย่างถุงเดียวกันได้ เนื่องจากถุงตัวอย่างถุงที่ 1 ซึ่งเป็นตัวอย่างก่อนฉายรังสีนั้น ห้องปฏิบัติการจะต้องมีตัวอย่างเก็บสำรองเอาไว้กรณีที่เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง เช่น การร้องเรียนของลูกค้า เป็นต้น ดังนั้นลูกค้าจะต้องสุ่มตัวอย่างส่งมาจำนวน 2 ถุง และติดฉลากให้ชัดเจน เช่น ชื่อตัวอย่าง ล็อตการผลิต และต้องระบุว่าตัวอย่างใดจะเป็นตัวอย่างสำหรับตรวจวิเคราะห์ก่อนและหลังฉายรังสี

Q5 :ทำไมลูกค้าจึงต้องทำการสุ่มตัวอย่างเอง รวมถึงจะต้องทำการจัดเตรียมตัวอย่าง และการจัดเก็บตัวอย่างจะต้องทำอย่างถูกต้องและเหมาะสม

A5 :เนื่องจากเป็นเกณฑ์ปฏิบัติสากลที่ผู้ส่งตัวอย่างหรือลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบในการสุ่มตัวอย่างเพื่อเป็นตัวแทนล็อตการผลิตนั้นๆ   รวมถึงการจัดเตรียมและการจัดเก็บตัวอย่างจะต้องทำอย่างถูกต้องและเหมาะสม เช่น ภาชนะที่ใส่จะต้องสะอาด ปิดสนิท เพื่อป้องกันการปนเปื้อน รวมถึงมีการควบคุมอุณหภูมิจัดเก็บในสภาวะที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ในตัวอย่าง ดังนั้นเพื่อให้การตรวจวิเคราะห์ได้ผลถูกต้องมากที่สุด ลูกค้าจะต้องให้ความสำคัญอย่างมากในการสุ่มตัวอย่างเอง การจัดเตรียมตัวอย่าง และการจัดเก็บตัวอย่าง

Q6: เหตุผลใดที่ลูกค้าจะต้องเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดหลังฉายรังสีที่ต้องการเอง ในกรณีที่ต้องการให้ศูนย์ฉายรังสีกำหนดปริมาณรังสีให้ได้ตามจุดประสงค์ที่ท่านต้องการ

A6 : เนื่องจากเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ของท่าน ศูนย์ฉายรังสีจะไม่ทราบว่ามาตรฐานของสินค้าประเภทต่างๆนั้น มีเกณฑ์ทางด้านจุลชีววิทยาเช่นไร แต่จะสามารถให้คำแนะนำได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงบางครั้งจะเป็นเกณฑ์ของบริษัทคู่ค้าของท่าน หรือเป็นเกณฑ์ของประเทศที่ท่านส่งสินค้าออกไปจำหน่าย ดังนั้นท่านจะเป็นผู้ทราบดีที่สุดว่ามาตรฐานของสินค้าท่านจะต้องเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตามหากท่านไม่ทราบเกณฑ์หรือมาตรฐานของสินค้า ท่านสามารถสืบค้นข้อมูลทาง www.google.com  โดยใช้คำว่า “มาตรฐาน มอก.” หรือ “มผช.” ตามด้วยชนิดผลิตภัณฑ์ เช่น มอก. เครื่องสำอาง , มผช. น้ำพริก เป็นต้น

Q7: มีความจำเป็นหรือไม่ที่ลูกค้าควรจะตรวจเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค และจะต้องตรวจเชื้อก่อโรคอะไรบ้าง

A7 : โดยทั่วไปแล้วมาตรฐานจะกำหนดให้มีการตรวจเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในผลิตภัณฑ์นั้นๆ นอกเหนือจากการตรวจหาปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด และปริมาณยีสต์และราทั้งหมด เนื่องจากการที่ผลิตภัณฑ์มีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด และปริมาณยีสต์และราทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว มิได้หมายความว่ามีความปลอดภัยอย่างแน่นอน เนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่ละผลิตภัณฑ์จะมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคแต่ละชนิดที่แตกต่างกันไป ซึ่งมาตรฐานจะกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องตรวจเชื้อก่อโรคชนิดใดบ้าง เช่นผลิตภัณฑ์สมุนไพรมักจะปนเปื้อนเชื้อ Escherichia coli และ Clostridium spp.ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมักจะปนเปื้อนเชื้อ Staphylococcus aureus และ Pseudomonas aeruginosa เป็นต้น

Q8: ทำไมการสุ่มตัวอย่างและการจัดเตรียมตัวอย่างจึงมีความสำคัญ

A7: เนื่องจากหากท่านทำการสุ่มตัวอย่างไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้ตัวอย่างที่สุ่มมาไม่เป็นตัวแทนของล็อตการผลิตนั้นๆ อีกทั้งการตรวจวิเคราะห์เกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ สิ่งที่มีชีวิตซึ่งสามารถเพิ่ม หรือลดจำนวนได้ตลอดเวลาดังนั้น ขั้นตอนของการสุ่มตัวอย่างจะดำเนินการอย่างระมัดระวัง โดยอาจจะต้องใช้ Aseptic technique และบรรจุใส่ภาชนะที่สะอาดปราศจากเชื้อ และปิดสนิทเพื่อป้องกันการปนเปื้อนระหว่างการดำเนินการ อีกทั้งหากสินค้ามีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิเฉพาะที่กำหนด ตัวอย่างที่สุ่มมาจะต้องเก็บรักษา ณ อุณหภูมิที่เหมาะสมเช่นกัน เพื่อป้องกันการเพิ่ม หรือลดจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ในตัวอย่าง ให้ถูกต้องมากที่สุด ณ เวลาที่ทำการตรวจวิเคราะห์


10.บทความเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การใช้ประโยชน์จากรังสีในผลิตภัณฑ์ต่างๆ

การใช้เทคโนโลยีฉายรังสีในผลิตภัณฑ์แป้งผัดหน้า

การใช้เทคโนโลยีฉายรังสีในผลิตภัณฑ์แป้งผัดพอกหน้าและแป้งขัดตัว

การใช้เทคโนโลยีฉายรังสีในดินสอพอง

การใช้เทคโนโลยีฉายรังสีในน้ำพริกนรกและอื่นๆ


11.Download documents

ใบคำขอรับบริการฉายรังสี (FM-01)

แบบฟอร์มใบคำขอรับบริการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา (FM-IC-54)

ใบรับข้อร้องเรียน (FM-IC-21)

แผนที่ศูนย์ฉายรังสี

อัตราค่าบริการของห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา

 

 

 

  •   หลักสูตรฝึกอบรม
  •   ความร่วมมือ
  •   สื่อเผยแพร่
    • สื่อภาพและเสียง
    •   หนังสือส่งเสริมความรู้
    • รายงานประจำปี
    • TINT MAGAZINE
  •   ความรู้เรื่องนิวเคลียร์
  • ระบบติดตามงานลูกค้า
  •   สมัครงาน
  •   เยี่ยมชม สทน.
  •   สำหรับเจ้าหน้าที่
  • แผนผังเว็บไซต์
  • ระบบข้อร้องเรียน

LINE บริการลูกค้า (TINT CARE)

LINE TINTCARE

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ

 

InformationCenter

 

คู่มือสำหรับประชาชน

 

Guide Help book

 


สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) / Thailand Institute of Nuclear Technology (Public Organization)
9/9 หมู่ที่ 7 ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120 โทร. 0 2401 9889 โทรสาร. 037 392 913
Call Center: โทร. 0 2401 9885 หรือ 0 2401 9889 ต่อ 5995
Copyright 2012. All Right Reserved.