Get Adobe Flash player

เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย

               

ประวัติเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย ของประเทศไทย

17 พฤศจิกายน 2497

คณะ รัฐมนตรีได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการเกี่ยวกับพลังงานปรมาณู” ให้ทำหน้าที่เจรจา และปรึกษาหารือคณะผู้แทนรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยมี พล.อ.ท. มุนี มหาสันทนะ เวชยันตรังสฤษฎ์ เป็นประธานกรรมการ

6-8 ธันวาคม 2497

คณะกรรมการเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูได้เจรจาหารือกับผู้แทนรัฐบาลสหรัฐฯ

13 มีนาคม 2499

การ ลงนาม “ความตกลงสำหรับการร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่ง สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการใช้พลังงานปรมาณูทางพลเรือน” ณ ทำเนียบรัฐบาล พระนคร ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2504

15 ตุลาคม 2500

รัฐบาล ไทยยื่นสัตยาบันสารรับรองธรรมนูญทางทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ จึงนับได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศสมาชิกที่ 58 ของทบวงการฯ

13 พฤษภาคม 2503

คณะ รัฐมนตรี มีมติอนุมัติให้คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติทำสัญญาว่าจ้างบริษัท ประมวลก่อสร้าง จำกัด ทำการก่อสร้างอาคารเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู

15 มิถุนายน 2503

คณะ กรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ลงนามทำสัญญาว่าจ้างบริษัทประมวลก่อสร้างจำกัด ก่อสร้างอาคารปฏิกรณ์ปรมาณู มูลค่า 14 ล้านบาท สัญญาสิ้นสุด วันที่ 14 มิถุนายน 2504

25 เมษายน 2504

รัฐบาล ประกาศใช้พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ 2504 และพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2504 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 78 ตอนที่ 36 นับเป็นการจัดตั้งสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ 2504 ให้คณะกรรมการ พ.ป.ส. ประกอบด้วย ประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และนิติศาสตร์ ไม่เกิน 10 คน

3 มกราคม 2505

ทำ สัญญาเช่าวัสดุนิวเคลียร์พิเศษเพื่อใช้ทำแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์จากคณะ กรรมาธิการพลังงานปรมาณูสหรัฐอเมริกา วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ คือ ยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นของยูเรเนียม-235 ร้อยละ 90 จำนวน 5.35 กิโลกรัม

9 เมษายน 2505

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จอมพล สฤกษดิ์ ธนะรัชต์ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสำหรับติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู และกำหนดเรียกชื่อเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูว่าเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย-1 (ปปว-1) และใช้ในภาคภาษาอังกฤษว่า Thai Research Reactor–l (TRR-l)

25 กรกฎาคม 2505

สำนัก งานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติในนามของรัฐบาล โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เป็นผู้ดำเนินกิจการ ซื้อวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ จากคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณูสหรัฐอเมริกา

1. พลูโตเนียม 80 กรัม เพื่อใช้ในพลูโตเนียม-เบริลเลียม ต้นกำเนิดนิวตรอน

2. ยูเรเนียม 3.68 กรัม มีความเข้มข้นของยูเรเนียม -235 ร้อยละ 90 เพื่อใช้ใน Fission Chamber จำนวน 2 เครื่อง (Westinghouse Type WL 6376)

27 ตุลาคม 2505

นัก วิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ส่วนเครื่องปฏิกรณ์ สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย-1 บรรลุขั้นวิกฤตครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อเวลา 18.32 น. โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 8 ชั่วโมงครึ่ง

5 กันยายน 2511

พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

23 พฤศจิกายน 2513

สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดาฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ เสด็จทอดพระเนตรการปฏิบัติงานของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พร้อมด้วยอาจารณ์และนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา

14 กันยายน 2518

สำนัก งานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ทำสัญญาสั่งซื้อและติดตั้งระบบเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูใหม่กับบริษัทเจเนอรัล อะตอมมิค เป็นแบบ TRIGA MARK lll ซึ่งกำหนดชื่อไทยว่า “ เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย-1/ปรับปรุงครั้งที่ 1”

7 พฤศจิกายน 2520

เจ้า หน้าที่ของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทเจเนอรัลอะตอมมิค บรรจุแท่งเชื้อเพลิงมาตรฐานเข้าในแกนเครื่องปฏิกรณ์บรรลุสภาพวิกฤตเมื่อเวลา 21.41 น. ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 11 ชั่วโมง

10 กุมภาพันธ์ 2521

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ เสด็จทอดพระเนตรการปฏิบัติงานของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

1 มกราคม 2534

ปิดทำการซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย ปปว.1/1 และทาสีบ่อเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย

28 กันยายน 2535

เริ่มเดิมเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย ปปว.1/1 หลังการปิดซ่อมบำรุงเมื่อ 1 มกราคม 2534

26 กรกฎาคม 2543

สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงนำคณะอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าทัศน์ศึกษา ณ สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

3 ตุลาคม 2545

พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม พ.ศ.2545 กำหนดให้สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ เปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ”

21 เมษายน 2549

จัด ตั้งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่แยกออกมาจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โดยจัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2549

                     

คุณลักษณะของเครื่องปฏิกรณ์

          เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย-1 ปรับปรุงครั้งที่ 1 หรือเรียกโดยย่อว่า เครื่องปปว.-1/1 เป็นเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยของประเทศไทย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดนิวตรอนขนาดใหญ่สำหรับการใช้ประโยชน์จากนิวตรอนในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตรและการศึกษาวิจัย เป็นต้น เครื่องปปว.-1/1 เป็นเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยชนิด TRIGA Mark III ซึ่งถูกออกแบบและสร้างโดยบริษัท General Atomics (GA) ประเทศสหรัฐอเมริกา

          ปปว.-1/1 มีส่วนประกอบหลักคือ แกนเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ระบบระบายความร้อน เครื่องกำบังรังสี และระบบวัดและควบคุม โดยแต่ละส่วนประกอบมีรายละเอียดโดยสังเขปดังนี้

  • แกนเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู

          แกนเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูเป็นหัวใจของเครื่องปปว.-1/1 ซึ่งทำหน้าที่ผลิตนิวตรอนเพื่อการใช้ประโยชน์ แกนเครื่องปปว.-1/1 ประกอบด้วยแท่งเชื้อเพลิงหลายแท่งอยู่ภายในถังปฏิกรณ์และภายในแท่งเชื้อ เพลิงแต่ละแท่งประกอบด้วยเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ชนิดยูเรเนียมเซอร์โคเนียมไฮไดรด์ (UZrH1.6) ปัจจุบันแท่งเชื้อเพลิงที่ใช้ในแกนเครื่องปปว.-1/1มี 2 ชนิดคือ ชนิดที่มีปริมาณยูเรเนียมต่อปริมาณสารประกอบยูเรเนียมเซอร์โครเนียมไฮไดร์ 8.5% และ 20% โดยทั้งสองชนิดมีการเสริมสมรรถนะ (มีปริมาณยูเรเนียม 235ต่อปริมาณยูเรเนียมทั้งหมด) ประมาณ 20%

  • ระบบระบายความร้อน

          การเกิดปฏิกริยาลูกโซ่ภายในแท่งเชื้อเพลิงนอกจากจะให้นิวตรอนแล้ว ยังเกิดความร้อนขึ้นอีกด้วย เนื่องจากความร้อนที่เกิดขึ้นในแกนเครื่องปปว.-1/1 ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องระบายความร้อนทิ้ง เครื่องปปว.-1/1 ให้หลักการระบายความร้อนจากแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ แบบที่เรียกว่าการพาความร้อนโดยธรรมชาติ (Natural Convection) ซึ่งหมายถึงน้ำที่ได้รับความร้อนจากแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯจะร้อนกว่าน้ำส่วน อื่นในบ่อและจะลอยตัวสูงขึ้นสู่ผิวน้ำโดยธรรมชาติ และน้ำที่ร้อนกว่านี้จะถูกดูดออกไปด้วยเครื่องสูบน้ำผ่านทางท่อสเตนเลสขนาด 6 นิ้วที่ฝังทะลุผ่านด้านข้างของบ่อผนังบ่อเพื่อไปแลกเปลี่ยนความร้อนกับน้ำใน อีกระบบหนึ่งในอุปกรณ์แลกถ่ายความร้อน (Heat Exchanger) และในที่สุดความร้อนจะถูกระบายสู่บรรยากาศโดยใช้หอระบายความร้อน (Cooling Tower)

  • เครื่องกำบังรังสี

         เครื่องกำบังรังสีเป็นส่วนประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ทุกชนิดทั้งนี้เพื่อให้การทำงานกับเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูนั้นมีความปลอดภัย สำหรับเครื่องปปว.-1/1 เครื่องกำบังรังสีประกอบด้วยผนังบ่อเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่ทำจากคอนกรีตความหนาแน่นสูง (high density concrete) และน้ำในบ่อปฏิกรณ์ฯ โดยทั้งน้ำและคอนกรีตความหนาแน่นสูงจะทำหน้าที่กำบังรังสีที่เกิดขึ้นจากแกน เครื่องปฏิกรณ์ฯ

  • ระบบวัดและควบคุม

         ในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ เจ้าหน้าที่เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯจะประจำอยู่ในห้องควบคุมเพื่อทำการควบคุม เครื่องปฏิกรณ์ฯ ให้มีกำลังตามที่ต้องการ โดยเจ้าหน้าที่เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯจะควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ผ่านระบบควบคุมและ จะติดตามสภาวะการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์ฯผ่านทางระบบวัดซึ่งแสดงผลบนแผงควบ คุมในห้องควบคุม ตัวอย่างของสภาวะการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์ฯ หลักที่ต้องควบคุมและติดตามได้แก่ กำลังของเครื่องปฏิกรณ์ฯ อุณหภูมิของแท่งเชื้อเพลิง อุณหภูมิของน้ำในบ่อปฏิกรณ์ เป็นต้นเครี่องปปว.-1/1 ได้มีการใช้งานมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้วและไม่เคยมีอุบัติเหตุร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความปลอดภัยเครื่องปฏิกรณ์ฯ และการออกแบบและบำรุงรักษาเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่ดีเป็นอย่างยิ่ง

                    

ความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์

          เครื่อง ปฏิกรณ์ปปว.-1/1 เป็นเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยแบบ TRIGA ซึ่งมีความปลอดภัยที่สูงมากเนื่องจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยแบบ TRIGA ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยในตัวเอง (Inherent Safety) และยังมีระบบความปลอดภัยเชิงวิศวกรรม (Engineered Safety) อีกด้วย

  • การออกแบบให้เครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 มีความปลอดภัยในตัวเองประกอบด้วย

                    (1) เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ทำจากสารประกอบ UZrH ซึ่งมีความเสถียรทางเคมีสูง

                    (2) เปลือกหุ้มแท่งเชื้อเพลิงของเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมและสามารถทนอุณหภูมิได้สูงถึง 930 oC

                    (3)  เชื้อเพลิงนิวเคลียร์แบบ UZrH สามารถเก็บกักผลผลิตการแบ่งแยกนิวเคลียส (Fission Product) ได้ดี ดังนั้นแม้เปลือกหุ้มแท่งเชื้อเพลิงเสียหายก็ยังสามารถเก็บกักผลผลิตการแบ่ง แยกนิวเคลียสได้ประมาณ 99%

                   (4)   เชื้อเพลิงนิวเคลียร์แบบ UZrH ที่ใช้ในเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 มีการเสริมสมรรถนะ U-235 ต่ำกว่าร้อยละ 20 ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

                    (5)   เชื้อเพลิงนิวเคลียร์แบบ UZrH สามารถหยุดยั้งปฏิกิริยาแตกตัวได้ด้วยตัวเอง เมื่อเกิดเหตุผิดปกติขึ้นในระบบ

                    (6)    ระบบถ่ายเทความร้อนในเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 เป็นระบบปิด ไม่มีส่วนใด สัมผัสกับเครื่องมืออุปกรณ์ภายนอก

             (7)     เครื่องมืออุปกรณ์ที่สัมผัสและปนเปื้อนรังสี จะติดตั้งรวมไว้ภายในอาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์เพื่อความสะดวกในการควบคุม ตลอดจนปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน และสิ่งแวดล้อม

  • ระบบความปลอดภัยเชิงวิศวกรรมของเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 ประกอบด้วย

          ระบบดับเครื่องปฏิกรณ์ (SCRAM) ทำหน้าที่ในการหยุดการทำงาน หรือยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาแตกตัวของเครื่องปฏิกรณ์โดยอัตโนมัติอันเนื่อง มาจากเหตุผิดปกติที่อาจส่งผลเสียหายต่อเครื่องปฏิกรณ์ได้ ระบบดับเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 ทำงานโดยการตัดกระแสไฟฟ้าที่ควบคุมแม่เหล็กของแท่งควบคุมให้แท่งควบคุมตก เข้าสู่แกนเครื่องปฏิกรณ์อย่างรวดเร็วโดยแรงโน้มถ่วงโลก เพื่อดูดจับนิวตรอนไม่ให้เกิดปฏิกิริยาแตกตัวได้อีก สำหรับเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 ระบบดับเครื่องปฏิกรณ์จะทำงานโดยอัตโนมัติในกรณีเกิดเหตุการณ์ผิดปกติดังนี้

                    อุณหภูมิแท่งเชื้อเพลิงเกินกว่า 600 C

                    กำลังของเครื่องปฏิกรณ์มากกว่า 110% ของกำลังสูงสุด

                    เมื่อกระแสไฟฟ้าของระบบควบคุมขัดข้อง

          ระบายความร้อนฉุกเฉิน (ECCS) ประกอบด้วยชุดปั๊มน้ำอัตโนมัติที่เตรียมไว้สำหรับฉีดน้ำหล่อเย็นหล่อเลี้ยง แท่งเชื้อเพลิงเพื่อลดความร้อนที่สะสมในเชื้อเพลิงและดูดซับสารกัมมันตรังสี ที่อาจรั่วไหลออกจากเชื้อเพลิงไม่ให้แพร่กระจายไปในอากาศได้ โดยระบบระบายความร้อนฉุกเฉินนี้จะทำงานเมื่อมีเหตุผิดปรกติและทำให้ระดับน้ำ ในบ่อเครื่องปฏิกรณ์ลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด

          ระบบระบายอากาศภายในอาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย คือ ระบบควบคุมและปรับสภาพอากาศภายในอาคารให้มีอุณหภูมิและความดันที่เหมาะสม ตลอดเวลา โดยความดันภายในอาคารคลุมเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 จะถูกรักษาให้มีค่าต่ำกว่าความดันบรรยากาศภายนอกเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายของสารกัมมันตรังสีในกรณีที่ เกิดอุบัติเหตุจนทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี

          เครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 ได้มีการใช้งานมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี โดยไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงใดๆ ก็เป็นข้อพิสูจน์ถึงความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 ได้อย่างดี

งานเดินเครื่องปฏิกรณ์

          ฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ อย่างปลอดภัยเพื่อรองรับการใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ปปว-1/1 ทั้งนี้การเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่ได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และจะต้องคำนึงถึงหลักความปลอดภัยเป็นอันดับสูงสุด

โดยปรกติการเดินเครื่องปฏิกรณ์ปปว-1/1 จะเป็นตามตารางดังนี้

                    วันจันทร์   : ไม่มีการเดินเครื่อง ( สำหรับการซ่อมบำรุงประจำสัปดาห์ )

                    วันอังคาร  : เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่กำลัง 1,200 kW เป็นเวลา 7 ชั่วโมง (8:30 – 16:00 น.)

                    วันพุธ        : เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่กำลัง 1,200 kW เป็นเวลา 7 ชั่วโมง (8:30 – 16:00 น.)

                    วันพฤหัส   : เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่กำลัง 1,200 kW เป็นเวลา 7 ชั่วโมง (8:30 – 16:00 น.)

                    วันศุกร์      : ไม่มีการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ( สำหรับการทดลอง )

                    วันเสาร์ – อาทิตย์: ไม่มีการเดินเครื่อง

ในแต่ละผลัดระหว่างการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ จะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ดังนี้

  • เจ้า หน้าที่ควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ฯ ประจำผลัด 1 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ประจำผลัด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ฯ จะเป็นผู้วิเคราะห์สภาวะของการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ เป็นไปด้วยความปลอดภัย
  • เจ้า หน้าที่เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ประจำผลัด  2 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาวะต่างๆ ของเครื่องปฏิกรณ์ฯและหน้าที่ควบคุมสภาวะของเครื่องปฏิกรณ์ฯให้เป็นไปตาม เกณฑ์ที่กำหนด ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ฯ ประจำผลัด
  • เจ้าหน้าที่ฟิสิกส์สุขภาพประจำผลัด 1 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยทางรังสีในระหว่างการเดินเครื่อง ปฏิกรณ์ฯ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติกับเครื่องปฏิกรณ์ฯ สาธารณชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบมีความปลอดภัยจากการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ

          เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ฯและเจ้าหน้าที่เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ได้จะต้องได้ผ่านการทดสอบเพื่อขอการรับรองจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติอย่าง สม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีความรู้ที่เพียงพอสำหรับการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ อย่างปลอดภัย

งานซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์

          เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ เป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและมีความปลอดภัย ฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ฯให้อยู่ในสภาพที่พร้อม ใช้งานอยู่ตลอดเวลา การซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ฯ ประกอบด้วยกิจกรรมการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและกิจกรรมมบำรุงรักษาตามรอบอายุ ของอุปกรณ์

ทั้งนี้การซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 จะแบ่งตามระบบและส่วนประกอบหลักต่างๆ ดังนี้

  • ระบบไฟฟ้า
  • ระบบวัดและควบคุม
  • ระบบระบายความร้อน
  • ระบบลมและระบายอากาศในบริเวณกักอากาศ
  • ระบายความร้อนของแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯกรณีฉุกเฉิน
  • ระบบรักษาคุณภาพของน้ำในบ่อ
  • อุปกรณ์อาบรังสีและระบบประกอบ
  • เชื้อเพลิงและแกนเครื่องปฏิกรณ์

          นอกจากนี้การซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ฯ ยังประกอบด้วยกิจกรรมการทดสอบและประเมินค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ของเครื่องปฏิกรณ์ฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องปฏิกรณ์ฯ สามารถทำงานได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขความปลอดภัย การซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ฯ อย่างเข้มงวดของฝ่ายมีความมุ่งหวังที่จะป้องกันการหยุดเดินเครื่องเนื่องจาก ความขัดข้องของเครื่องปฏิกรณ์ฯ และเหตุผิดปรกติต่างๆ ของเครื่องปฏิกรณ์ฯ ดังนั้นการซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ฯ จะทำให้การประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ เป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและมีความปลอดภัยสูงสุด

งานวิเคราะห์เครื่องปฏิกรณ์ฯ

          งาน วิเคราะห์เครื่องปฏิกรณ์ฯ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงสุด โดยฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการนำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการวิเคราะห์และ ประเมินเครื่องปฏิกรณ์ฯ แบบจำลองที่นำมาใช้สำหรับเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 ประกอบด้วยการจำลองด้านต่างๆ ดังนี้

  • การจำลองเชิงนิวตรอน (Neutronics Simulation)

                    การจำลองเชิงนิวตรอนเป็นการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เชิงนิวตรอน (Neutronics Code) เพื่อประเมินสภาวะการกระจายตัวของอนุภาคนิวตรอนและความร้อนที่เกิดขึ้นภายใน แกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ ทั้งนี้การจำลองเชิงนิวตรอนจะสามารถทำให้ทราบค่านิวตรอนฟลักซ์ที่ตำแหน่งอาบ รังสีต่างๆ และนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ ได้ นอกจากนี้การจำลองเชิงนิวตรอนยังสามารถใช้ในการออกแบบอุปกรณ์อาบรังสีเพื่อ ให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่เหมาะสมการจำลองเชิงนิวตรอนจะทำให้สามารถประเมินการกระจายความร้อนที่ เกิดขึ้นภายในแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ ในแต่ละสภาวะและทำให้มั่นใจได้ว่าความร้อนที่เกิดขึ้นภายในแกนเครื่อง ปฏิกรณ์ฯ จะอยู่ภายใต้ขีดจำกัดและเงื่อนไขการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ซึ่งเป็นการยืนยันความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ฯ อีกด้วย นอกจากนี้การจำลองเชิงนิวตรอนจะสามารถจำลองอัตราการใช้เชื้อเพลิง โดยเจ้าหน้าที่สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เชิงนิวตรอนในการประเมินอายุของ แกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ แต่ละแกน และใช้ในการออกแบบและวางแผนการจัดแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ ต่อไปในอนาคตได้

          ในปัจจุบันฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ ได้นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์เชิงนิวตรอนที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับนานา ชาติมาใช้สำหรับการวิเคราะห์เครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 โปรแกรมคอมพิวเตอร์เชิงนิวตรอนเหล่านี้ได้แก่

  • โปรแกรม MCNPX (พัฒนาโดย Los Alamos National Laboratory ประเทศสหรัฐอเมริกา)
  • โปรแกรม MVP (พัฒนาโดย Japan Atomic Energy Agency ประเทศญี่ปุ่น)
  • โปรแกรม SRAC/COREBN (พัฒนาโดย Japan Atomic Energy Agency ประเทศญี่ปุ่น)
  • การจำลองเชิงความร้อน (Thermal Hydraulics Simulation)

                    การจำลองเชิงความร้อนเป็นการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เชิงเทอร์มัลไฮดรอลิกส์ (Thermal Hydraulics Code) ในการประเมินสภาวะการระบายความร้อนที่เกิดขึ้นในแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ โดยการจำลองเชิงความร้อนจะใช้ผลการกระจายความร้อนที่เกิดขึ้นภายในแกน เครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่ได้จากการจำลองเชิงนิวตรอนเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับการประเมินการระบาย ความร้อนต่อไปการจำลองเชิงความร้อนจะทำให้สามารถประเมินการระบายความร้อน ด้วยสารระบายความร้อนได้ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ จะไม่มีการสะสมความร้อนซึ่งอาจทำให้เกิดความล้มเหลวของส่วนประกอบต่างๆ ได้เมื่ออุณหภูมิสูงเกินกว่าเกณฑ์ปลอดภัย นอกจากนี้การจำลองเชิงความร้อนยังใช้ในการออกแบบอุปกรณ์อาบรังสีสำหรับการ ใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ เพื่อให้อุปกรณ์อาบรังสีมีสภาวะการระบายความร้อนที่เหมาะสม และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการใช้งานในปัจจุบันฝ่าย จัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ ได้นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์เชิงความร้อน COOLODN-2 (พัฒนาโดย Japan Atomic Energy Agency ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับนานาชาติมาใช้สำหรับการวิเคราะห์ เครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1

  • การจำลองสภาวะการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน (Transient Simulation)

                    การจำลองสภาวะการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันเป็นการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำลอง สภาวะการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน (Transient Analysis Code) ในการประเมินความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ฯ ที่เกิดเหตุผิดปรกติต่างๆ ขึ้นอย่างฉับพลัน ทั้งนี้การจำลองสภาวะการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันเป็นการประเมินเพื่อยืนยัน ความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1 หากเกิดเหตุผิดปรกติต่างๆ ขึ้นอย่างฉับพลัน ในปัจจุบันฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ ได้นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์เชิงความร้อน EUREKA-2/RR (พัฒนาโดย Japan Atomic Energy Agency ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในระดับนานาชาติมาใช้สำหรับการวิเคราะห์ เครื่องปฏิกรณ์ปปว.-1/1

  • การจำลองการกระจายตัวของสารกัมมันตรังสี (Dispersion Simulation)

                    การจำลองการกระจายตัวของสารกัมมันตรังสีเป็นการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำลอง กระจายตัวของสารกัมมันตรังสีในอากาศ (Air Dispersion Health Physics Code) ในการประเมินความเข้มข้นของสารกัมมันตรังสีและการได้รับรังสีหากเกิด อุบัติเหตุและมีการฟุ้งกระจายของสารกัมมันตรังสีในอากาศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการประเมินว่าหากเกิดอุบัติเหตุขั้นร้ายแรงและมีการฟุ้ง กระจายของสารกัมมันตรังสีในอากาศ เจ้าหน้าที่ สาธารณชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบจะไม่ได้รับรังสีเกินกว่าที่กำหนดไว้ตามกฏหมาย ฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการวิเคราะห์เครื่องปฏิกรณ์ฯ ในด้านความปลอดภัยทั้งหมดอย่างรอบด้านและจัดทำเป็นเอกสารวิเคราะห์ความ ปลอดภัย (Safety Analysis Report) ซึ่งต้องจัดส่งรายงานให้คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจสอบอย่างสม่ำ เสมอเพื่อเป็นการประกันความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ฯ

งานพัฒนาเทคโนโลยี

          ฝ่าย จัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีความรับผิดชอบในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย โดยงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ จะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายทั้งหมดหรือผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ต่างๆ ในประเทศ ทั้งนี้งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ดำเนินการเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงให้การ เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ การซ่อมบำรุงปฏิกรณ์ฯ การวิเคราะห์เครื่องปฏิกรณ์ฯ และการใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดเทคโนโลยีที่มีการวิจัยและ พัฒนาโดยฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ เช่น การพัฒนาออกแบบระบบและอุปกรณ์ใหม่ที่มีศักยภาพสูงขึ้นสำหรับทดแทนระบบหรือ อุปกรณ์เดิม เทคโนโลยีใหม่ในการวิเคราะห์และประเมินประสิทธิภาพของเครื่องปฏิกรณ์ฯ เทคโนโลยีทดแทนสำหรับงานซ่อมบำรุงเพื่อลดระยะเวลาการปฏิบัติงานและให้มีความ แม่นยำมากขึ้น เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์ให้การปฏิบัติงานง่ายขึ้น เป็นต้นกิจกรรมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ดำเนินการเหล่านี้จะทำให้เทคโนโลยี ด้านเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูในประเทศไทยมีศักยภาพสูงขึ้น

งานประกันคุณภาพ

          การประกันคุณภาพเป็นส่วนสำคัญในการบริหารจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ โดยฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีระบบประกันคุณภาพที่ครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับเครื่องปฏิกรณ์ฯ เพื่อประกันคุณภาพในการดำเนินงานกับเครื่องปฏิกรณ์ฯ อย่างปลอดภัยในปัจจุบันสทน. ได้นำระบบประกันคุณภาพ ISO9001:2008 เข้ามาใช้ทั้งองค์กรซึ่งครอบคลุมถึงกิจกรรมของฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ ตั้งแต่การเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ การซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์ฯ การวิเคราะห์เครื่องปฏิกรณ์ฯ และการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ ฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีการปรับปรุงระบบประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงาน ของฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ เป็นไปด้วยความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด งานระบบประกันคุณภาพจะมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอให้ครอบคลุมข้อกำหนดของระบบ ประกันคุณภาพในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง

งานสนับสนุนการใช้ประโยชน์

          ฝ่าย จัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการสนับสนุนให้การใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ ปปว.-1/1 เป็นไปโดยสะดวกและปลอดภัย ทั้งนี้ฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์ฯ จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการส่งคำขออนุมัติใช้ประโยชน์จากเครื่อง ปฏิกรณ์ฯ การนำสารตัวอย่างเข้าและออกจากอุปกรณ์อาบรังสี การขนส่งสารตัวอย่างที่อาบรังสีออกจากบริเวณอาบรังสี การออกแบบอุปกรณ์ใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ ตามความต้องการของผู้ใช้ และร่วมสนับสนุนงานในระหว่างการใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์ฯ

  •   หลักสูตรฝึกอบรม
  •   ความร่วมมือ
  •   สื่อเผยแพร่
    • สื่อภาพและเสียง
    •   หนังสือส่งเสริมความรู้
    • รายงานประจำปี
    • TINT MAGAZINE
  •   ความรู้เรื่องนิวเคลียร์
  •   สมัครงาน
  •   เยี่ยมชม สทน.
  •   สำหรับเจ้าหน้าที่
  • แผนผังเว็บไซต์
  • ระบบรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะ
  • Eservice
  • facebook

LINE บริการลูกค้า (TINT CARE)

LINE TINTCARE

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ

 

InformationCenter

 

คู่มือสำหรับประชาชน

 

Guide Help book

 


สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) / Thailand Institute of Nuclear Technology (Public Organization)
9/9 หมู่ที่ 7 ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ จ.นครนายก 26120 โทร. 0 2401 9889 โทรสาร. 037 392 913
Call Center: โทร. 0 2401 9885 หรือ 0 2401 9889 ต่อ 5995
Copyright 2012. All Right Reserved.