ศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี
 
  โทร. 02-5967600 ต่อ 3112, 3116, 3117, 3118  
  - แบบขอรับบริการจัดการกากกัมมันตรังสี
  - แบบขอรับบริการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทิ้ง
  - ระบบขอรับบริการออนไลน์ (คลิกเพื่อเข้าสู่ระบบ)

      

     
   
 

กากกัมมันตรังสีคืออะไร

กากกัมมันตรังสี หมายถึง วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส ที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี หรือประกอบ หรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพรังสีสูงต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรังสีรวม สูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัย ที่กำหนดโดยคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และผู้ครอบครองวัสดุนั้น ไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังให้หมายความรวมถึง วัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการฯ กำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสีด้วย

 
 

กากกัมมันตรังสีมาจากไหน

กากกัมมันตรังสีเกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ แหล่ง โดยการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ในกระบวนการที่แตกต่างกัน เช่น การทำเหมืองแร่ยูเรเนียม การผลิตแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  ส่วนกากกัมมันตรังสีในประเทศไทยมาจากการประยุกต์ใช้ประโยชน์ของพลังงานนิวเคลียร์และรังสีในกิจการต่างๆ ได้แก่ การใช้ประโยชน์ของสารกัมมันตรังสีในด้านการเกษตรและการศึกษาวิจัย การแพทย์ การอุตสาหกรรม

ปัจจุบันหลายประเทศนำนิวเคลียร์มาใช้เป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ด้วยการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนการใช้น้ำมัน ในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านั้น มีกากกัมมันตรังสีระดับปานกลางและระดับต่ำ เช่น การทำความสะอาด ล้างบ่อปฏิกรณ์ปรมาณู วัสดุกรองอากาศ และอื่นๆ แต่ประเทศไทยยังไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ไฟฟ้าปรมาณู

 

การแบ่งกลุ่มของกากกัมมันตรังสี

การแบ่งกลุ่มกากกัมมันตรังสี มีหลากหลายหลักเกณฑ์ เช่น แบ่งตามค่ากัมมันตภาพรังสี หรือแบ่งตามสถานะ ดังนี้

แบ่งตามค่ากัมมันตภาพรังสี

จากกฎกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีข้อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี พ.ศ. 2546 ได้จำแนกประเภทกากกัมมันตรังสีตามค่ากัมมันตภาพรังสีและครึ่งชีวิต เป็น 5 ประเภท คือ

 
  1. กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำมาก ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีระดับกัมมันตภาพรังสีต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรังสีรวมเท่ากับหรือต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย
  2. กากกัมมันตรังสีระดับต่ำ ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีครึ่งชีวิตน้อยกว่า 100 วัน การสลายและลดระดับกัมมันตภาพรังสีต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรังสีรวมต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัยภายในเวลา 3 ปี
  3. กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่ให้รังสีบีตา หรือรังสีแกมมา มีครึ่งชีวิตตั้งแต่ 100 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 30 ปี และเมื่อเก็บไว้ 3 ปี ยังคงมีระดับกัมมันตภาพรังสีต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรังสีรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัย หรือกากกัมมันตรังสีที่ให้รังสีแอลฟา มีระดับกัมมันตภาพรังสีต่อปริมาณต่ำกว่า 400 แบ็กเกอแรลต่อกรัม และมีระดับกัมมันตภาพรังสีรวมในแต่ละหีบห่อต่ำกว่า 4,000 แบ็กเกอแรลต่อกรัม
  4. กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ครึ่งชีวิตยาว ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มี ค่าครึ่งชีวิตยาวกว่า 30 ปี ขึ้นไป และมีระดับกัมมันตภาพรังสีต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรังสีรวมสูงกว่ากากกัมมันตรังสีประเภทที่ 3 และเป็นกากกัมมันตรังสีที่ให้ความร้อนไม่เกิน 2 กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
  5. กากกัมมันตรังสีระดับรังสีสูง ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีระดับกัมมันตภาพรังสีต่อปริมาณสูงกว่ากากกัมมันตรังสีประเภทที่ 4 และเป็นกากกัมมันตรังสีที่ให้ความร้อนเกิน 2 กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร เช่น กากที่เกิดจากการนำแท่งเชื้อเพลิงมาสกัดเอายูเรเนียมกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงเดินเครื่องปฏิกรณ์ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ประเทศไทยเรายังไม่มีเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูกำลังที่ใช้สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และเรือดำน้ำ จึงมีกากกัมมันตรังสีส่วนหญ่ เป็น 3 ประเภทแรกเท่านั้น

 
 
 

การจัดการกากกัมมันตรังสี

วิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี เริ่มต้นจาก การคัดแยก เพื่อแบ่งประเภทหรือชนิดของกาก จากนั้นจึงรวบรวมกาก แล้วนำไปบำบัดก่อนที่จะ แปรสภาพ เพื่อให้กากกัมมันตรังสีนั้นอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมในการเก็บรักษา ก่อนจัดการ ขนย้าย เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณที่ทำการจัดการนั้น หรือบางกรณีอาจ ปล่อยทอดระยะเวลาให้กัมมันตภาพรังสีสลายไปเองตามธรรมชาติ

 

แหล่งที่มาของกากกัมมันตรังสี
แหล่งที่มาของกากกัมมันตรังสีในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกันหลายทาง

  • กากกัมมันตรังสีที่ใช้ในทางการแพทย์ โดยมากจะใช้รังสีในขั้นตอนของการตรวจวินิจฉัย และการบำบัดรักษาโรค เช่น ขวดยา เข็มฉีดยา เซรุ่ม เลือด ปัสสาวะ ที่เปื้อนกัมมันตรังสี 
  • กากกัมมันตรังสีที่เกิดจากการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น น้ำทิ้งจากห้องปฏิบัติการ ถุงมือ หน้ากากกันฝุ่น ผ้าหรือกระดาษชำระ ที่เจ้าหน้าที่ใช้ในห้องปฏิบัติการศึกษาวิจัยที่ใช้สารกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึก
  • กากกัมมันตรังสีจากกระบวนการทางอุตสาหกรรม ซึ่งใช้เพื่อการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ ควบคุมการผลิต
 

เราจัดการกากกัมมันตรังสีอย่างไร

กากของแข็งที่เกิดจากการใช้งานทั่ว ๆ ไป ซึ่งเกิดการเปื้อนสารกัมมันตรังสี เช่น ภาชนะต่าง ๆ เศษกระดาษ หรือซากสัตว์ทดลอง กากประเภทนี้มักบำบัดโดยการลดปริมาตรด้วยการเผา หรืออัดกากด้วยเครื่องมืออัดกำลัง  หรือบดหรือตัดกากที่มีขนาดใหญ่ให้เล็กลง บางครั้งใช้การหลอมละลายโลหะเปื้อนรังสี และบางครั้งทำให้ละลายด้วยกรด

กากกัมมันตรังสีของแข็ง จะถูกนำมาผ่านกระบวนการบำบัดกากโดยวิธีลดปริมาตร เช่น การเผา การบดอัดกาก และแปรสภาพให้เหมาะสมในการเก็บทิ้งถาวร เช่น วิธีผนึกกับซีเมนต์ แล้วบรรจุในถังเหล็กขนาด 200 ลิตร

กากกัมมันตรังสีปิดผนึก อาจบรรจุในภาชนะกำบังรังสี เช่น ตะกั่ว แล้วนำไปบรรจุถังเหล็กบุคอนกรีตอีกชั้นหนึ่ง ส่วนกากกัมมันตรังสีประเภทของเหลว อาจบำบัดโดยวิธีทางเคมี หรือการต้มระเหย เพื่อให้ได้กากตะกอนเข้มข้น แล้วจึงนำไปแปรสภาพโดยการผนึกกับซีเมนต์ ก่อนบรรจุในถังเหล็ก 200 ลิตร กากที่ได้รับการบำบัดและแปรสภาพแล้ว จะถูกนำไปเก็บในสถานที่เก็บกากชั่วคราว เช่น อาคารเก็บกากบนพื้นดิน เพื่อรอขั้นตอนสุดท้าย คือ การเก็บทิ้งถาวรโดยวิธีการฝังใต้ดินตื้น ระดับความลึกประมาณ 5 – 10 เมตร ซึ่งปัจจุบันการฝังใต้ดินตื้น ยังไม่มีในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์กากที่แปรสภาพแล้ว จะถูกเก็บรักษาในอาคารเก็บกาก ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี

กากกัมมันตรังสีระดับสูง มีวิธีการบำบัดต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือการนำไปหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกันกับแก้วชนิดพิเศษโดยความร้อนสูงมาก จนกากกัมมันตรังสีนั้นอยู่ในรูปของผลึกแก้ว บรรจุลงภาชนะเหล็กไร้สนิมหรือทองแดง แล้วจึงนำไปจัดเก็บในสถานที่ที่ถือว่ามีความปลอดภัยสูงสุดในปัจจุบัน คือ ฝังลงในชั้นหินแข็ง ความลึกจากระดับผิวดิน 500 – 1,000 เมตร
ภาชนะบรรจุกากกัมมันตรังสีที่ทำจากเหล็กไร้สนิม หรือทองแดงซึ่งมีความคงทน และการแปรสภาพเป็นผลึกแก้วนั้น สามารถเก็บสารกัมมันตรังสีไม่ให้รั่วไหลออกได้นานนับพันปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กากกัมมันตรังสีจากการสลายกัมมันตรังสีของยูเรเนียมสลายเกือบหมด ส่วนธาตุที่มีครึ่งชีวิตยาว เช่น ยูเรเนียม พลูโทเนียม และอะเมริเซียม จะมีอันตรายทางรังสีเท่ากับแร่ยูเรเนียมในธรรมชาติเท่านั้น โดยทั่วไปเราเรียกกากกัมมันตรังสีประเภทของแข็งที่ผ่านการแปรสภาพแล้วว่า ผลิตภัณฑ์กากกัมมันตรังสี (radioactive waste product)

ส่วนกากกัมมันตรังสีชนิดที่เป็นไอหรือแก๊สนั้น สามารถบำบัดกากนั้นได้หลายวิธี เช่น ใช้เทคนิคการดูดจับ (absorption technique) วิธีนี้คือ การดูดจับแก๊สกัมมันตรังสีด้วยการใช้สารตัวกลางที่มีความเหมาะสม

 
 
 

ประเทศไทยจัดการกากกัมมันตรังสีอย่างไร

ไม่ว่าจะนำเข้าวัสดุกัมมันตรังสีจากที่ใดก็ตาม ผู้ใช้วัสดุกัมมันตรังสี จะต้องรับผิดชอบต่อกากกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานในแต่ละหน่วยงาน โดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี ให้คำแนะนำ เก็บรวบรวม และคัดแยกประเภทกากกัมมันตรังสีให้ถูกต้อง แล้วนำส่งไปที่ ศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดการกากกัมมันตรังสีของประเทศไทย
ศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี* ปัจจุบันตั้งอยู่ภายในบริเวณสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เป็นหน่วยงานที่ให้บริการจัดการกากกัมมันตรังสี พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการกากกัมมันตรังสีแต่ละประเภทแก่หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ โดยให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติในการจัดการกากกัมมันตรังสีให้เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย ผู้สนใจสามารถติดต่อใช้บริการได้ในวันและเวลาทำการที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2579-5230 ต่อ 3116 - 3118
*ในอนาคต ศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสีจะย้ายไปอยู่ที่ อ.องครักษ์ จ. นครนายก

จะทิ้งกากกัมมันตรังสีอย่างไร

หลังจากบำบัดกากกัมมันตรังสีด้วยการลดปริมาตร และแปรสภาพกากให้อยู่ในสภาพคงทน เราก็ยังทิ้งกากกัมมันตรังสีนั้นไม่ได้ทันที ต้องนำไปเก็บรักษาไว้ อาศัยระยะเวลาให้รังสีในกากนั้นค่อย ๆ สลายไปจนมีระดับรังสีอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

การเก็บ/ทิ้งกากแบบถาวร

การเก็บ-ทิ้งกากแบบถาวร มีหลายวิธี เช่น ถ้าเป็นกากที่มีรังสีต่ำ และมีครึ่งชีวิตของสารกัมมันตรังสีไม่เกิน 30 ปี อาจนำกากนั้นไปฝังในหลุมดินหรือบ่อที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่มีความลึกประมาณ 3-5 เมตร แต่หากกากของแข็งนั้นมีรังสีสูงหรือมีครึ่งชีวิตยาว ต้องฝังกากให้ลึกลงไปในโครงสร้างทางธรณีวิทยาให้มากพอ จนมั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

 

สถานที่ทิ้งกากกัมมันตรังสี

กากกัมมันตรังสี แม้จะมีชื่อเรียกว่ากาก แต่อาจจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีสภาพใช้งานได้ เพียงแต่ไม่มีผู้ประสงค์จะใช้งานอีก และไม่ใช่ขยะทั่วไปที่เมื่อหมดประโยชน์แล้วจะทิ้งไปได้ง่าย ๆ การจะทิ้งกากกัมมันตรังสีจะต้องหาสถานที่ที่มั่นใจว่าปลอดภัยที่สุด 

ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์หลายประเทศเคยคิดแสวงหาวิธีการใหม่ๆ ในการทิ้งกากกัมมันตรังสีถาวร เช่น ฝังกากในธารน้ำแข็งขั้วโลก ทิ้งกากออกไปในอวกาศ หรือฝังลงพื้นใต้ทะเล แต่ปัจจุบันได้รู้กันแล้วว่าไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะอาจทำลายระบบนิเวศวิทยาของโลก

ต่อมามีการศึกษาการทำลายกากกัมมันตรังสีด้วยวิธีทางนิวเคลียร์ โดยใช้เครื่องเร่งอนุภาค หรือเครื่องเร่งปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อทำให้ยูเรเนียม หรือพลูโทเนียม เปลี่ยนไปเป็นธาตุอื่นที่มีครึ่งชีวิตสั้นลง แต่วิธีนี้ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง และใช้เงินลงทุนมาก จึงยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา หากโครงการนี้สำเร็จ ในอนาคตการจัดการกากกัมมันตรังสีก็จะทำได้อย่างสะดวกง่ายดายขึ้น และมีความปลอดภัยมากขึ้นทั้งต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

พื้นที่สำหรับทิ้งกากกัมมันตรังสีนั้นต้องไม่เป็นที่ลุ่ม ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ไม่เคยเกิดเหตุดินถล่ม ไม่มีประวัติการเกิดแผ่นดินไหว ควรอยู่ในภูมิประเทศที่มีฝนตกน้อย ต้องไม่เคยเกิดเหตุจากลมพายุ ที่สำคัญคือต้องมีระดับน้ำใต้ดินลึกมากกว่า 10 เมตร และเมื่อนำกากกัมมันตรังสีมาทิ้งแล้ว ก็ยังต้องติดตามเรื่องความปลอดภัยต่อไปอีกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

 
 
 

ในอนาคต โลกต้องพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตไฟฟ้า และใช้เป็นพลังงานทดแทน พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งกำลังจะหมดไปจากโลก ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้านี้ ดังนั้น แน่นอนว่ากากกัมมันตรังสีก็จะเพิ่มมากขึ้นตามการใช้ที่มากขึ้น การจัดการกากกัมมันตรังสีให้มีประสิทธิภาพ นับเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทุกประเทศ ต้องร่วมมือกันหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อนำไปสู่ผลที่ดีที่สุดต่อมวลมนุษยชาติ

กากกัมมันตรังสีบางชนิดที่มีอายุยาวนานเป็นหมื่นปี จำเป็นต้องหาสถานที่เก็บถาวร เพื่อป้องกันปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยในปัจจุบัน ได้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อจะสร้างสถานที่เก็บกากกัมมันตรังสีถาวร ลึกลงไปในพื้นดินตามชั้นหินแกรนิต หินเกลือ ดินเหนียว และหินจากภูเขาไฟ ซึ่งดำเนินการในประเทศแคนาดา อังกฤษ สหรัฐอเมริกา สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส

 

อภิธานศัพท์

กัมมันตภาพรังสี (radioactivity)
การสลายของนิวเคลียสของธาตุกัมมันตรังสีปลดปล่อยรังสีแอลฟา รังสีบีตา และรังสีแกมมาออกมาอย่างทันทีทันใด รังสีที่ถูกปลดปล่อยออกมา อาจมีครบทั้ง 3 ชนิด หรือเพียงบางชนิด

กากกัมมันตรังสี (radioactive waste)
วัสดุที่อยู่ในสถานะของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส ที่เป็นหรือประกอบด้วย หรือปนเปื้อนด้วยสารกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพรังสี สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โดยคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ซึ่งผู้ครอบครองนั้น ไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไป และให้หมายรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ กำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสีด้วย

การเก็บรักษากากกัมมันตรังสี
การเก็บรักษกากกัมมันตรังสีว้ในสถานที่จัดเก็บที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยจัดเก็บอย่างเป็นหมวดหมู่และเป็นระเบียบ มีการจำกัดเขต ติดป้ายแสดงสถานที่และระดับรังสีอย่างชัดเจน ผนังของสถานที่จัดเก็บมีความหนาเพียงพอต่อการกำบังรังสีให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย และอากาศถ่ายเทสะดวก

ซีเวิร์ต (sievert, Sv)
หน่วยวัดปริมาณรังสีสมมูล หน่วยซีเวิร์ตนี้ใช้แทนหน่วยเร็ม โดย 1 ซีเวิร์ต เท่ากับ 100 เร็ม

ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก (sealed source)                                           
วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งปิดผนึกอย่างถาวรในปลอกหุ้ม หรือห่อหุ้มอย่างมิดชิดและอยู่ในรูปของแข็ง ปลอกหุ้มหรือวัสดุห่อหุ้มมีความแข็งแรงทนทานเพียงพอที่จะป้องกันการรั่วของกัมมันตรังสีในสภาวะการใช้งานปกติ รวมถึงเหตุผิดพลาดที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้นได้

ต้นกำเนิดรังสีชนิดไม่ปิดผนึก (unsealed source)             
วัสดุกัมมันตรังสีที่ไม่เป็นไปตามคำนิยามของต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก เช่น วัสดุกัมมันตรังสีไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ๆ ที่ไม่ได้มีการบรรจุหรือห่อหุ้มปิดผนึกด้วยโลหะหรือวัสดุอื่นใดอย่างมิดชิดถาวร

แบ็กเกอแรล (becquerel, Bq)
หน่วยที่ใช้วัดกัมมันตภาพ ในอดีตเคยใช้หน่วยคูรี ( 1 Ci = 3.7x1010 Bq)
1 แบ็กเกอแรล หมายถึง การสลายของนิวไคลด์กัมมันตรังสี 1 ครั้ง ต่อ 1 วินาที

   
 
  • ข้อมูลจาก หนังสือ "อะตอมเพื่ออนาคต" เล่ม 8 สถานีปลายทาง จัดทำโดย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
 
  เจ้าหน้าที่ศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี
 
     
 
 
 
สุทัศน์ เที่ยงตรงจิตต์
ผจก.ศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี
 
นันทวรรณ ยะอนันต์
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
ไพรัช ศรีโยธา
นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อาวุโส
นิคม ประเสรริฐเชี่ยวชาญ
นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อาวุโส
ธัญรัศม์ อัครวุฒิชยานนท์
นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
อัจฉรา พัฒนทรัพย์
นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
ปัญญา นวลจันทร์
นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
สุนทรี สุขสวัสดิ์
เจ้าหน้าที่บริหารงาน
สุภัค อินทรศร
พนักงานธุรการ
เหลือ สุขสวัสดิ์
พนักงานทั่วไป
ณรงค์ แพทอง
พนักงานทั่วไป
เกตุ อัมพรพงษ์
ช่างทั่วไป