ความเป็นมาของการฉายรังสีผลไม้เพื่อการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.), กรมวิชาการเกษตร (กวก.) และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ผลักดันการเปิดตลาดผลไม้ไทย 6 ชนิด ได้แก่ ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ มังคุด สับปะรด และมะม่วง ในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยได้ดำเนินการอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงาน Animal and Plant Health Inspection Service(APHIS) ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ในการขอจัดทำการประเมินความเสี่ยงศัตรูพืช (Pest Risk Assessments: PRAs) ของผลไม้ทั้ง 6 ชนิด รวมถึงการมีมาตรการลดความเสี่ยงศัตรูพืชสำหรับการส่งออก (Risk Mitigation) ซึ่งหน่วยงาน APHIS เสนอให้ใช้กรรมวิธีการฉายรังสี (Irradiation) เป็นวิธีการในการควบคุมการแพร่พันธุ์แมลงศัตรูพืช ทั้งนี้ทางศูนย์ฉายรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)ได้เริ่มทำการปรับปรุงโรงงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 เพื่อให้ได้รับการรับรองจากหน่วยงาน APHIS
ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะสามารถเริ่มส่งออกผลไม้ฉายรังสีไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2550 นี้
แนวทางปฏิบัติของชาวสวนผลไม้
1. ข้อมูลประจำสวนผลไม้
1.1 ชื่อ ที่อยู่ของสวนผลไม้
1.2 แผนผังแปลงปลูกผลไม้แต่ละชนิด
1.3 เนื้อที่เพาะปลุก เนื้อที่ให้ผลผลิต และปริมาณผลผลิต
1.4 ช่วงฤดูการเก็บ ทั้งในและนอกฤดูกาล
1.5 การบันทึกข้อมูลการใช้สารกำจัดศัตรูพืช
1.6 การบันทึกจัดการและควบคุมแมลงวันผลไม้
2. ต้องเป็นสวนผลไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและรับรองระบบ GAP จากกรมวิชาการเกษตร 90 วัน ก่อนเริ่มฤดูการส่งออก
3. มีการส่งผลไม้ให้แก่ผู้ส่งออก/โรงคัดบรรจุผลไม้
4. จัดเก็บผลไม้ตามอายุที่เหมาะสมต่อการฉายรังสี
5. อยู่ในแหล่งผลิตที่กรมวิชาเกษตรรับรอง (Production Unit Code: PUC)
แนวทางปฏิบัติของผุ้ส่งออก/โรงคัดบรรจุผลไม้
1.ต้องขึ้นทะเบียน และรับรองระบบ GMP จากกรมวิชาการเกษตร
2. แจ้งกรมวิชาการเกษตร เพื่อกำหนดระหัสประจำตัวเป็นการถาวร (Packing House Code:PHC)
3. แจ้งช่วงเวลาฤดูกาลส่งออก
4. จะต้องรับซื้อเฉพาะผลไม้จากสวนผลไม้ที่ขึ้นทะเบียนและรับรองจากกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น
5. ปฏิบัติตาม GMP โรงคัดบรรจุผลไม้ ภายในโรงคัดบรรจุผลไม้ ต้องแน่ใจว่ามีการป้องกันภัยจากแมลงศัตรูพืชที่มีชีวิต
6. มีระบบการจัดการคัดแยกผลไม้ที่ไม่ประสงค์ส่งออกและนำออกจากโรงคัดบรรจุผลไม้ทุกวัน
7. ผลไม้ต้องบรรจุในภาชนะหรือกล่องที่สามารถป้องกันศัตรูพืชได้ โดยหากจะต้องเจสะช่องให้ผลไม้หายใจ จะต้องปิดด้วยตาข่ายขนาด 30 เมชต่อตารางนิ้ว (Mesh per linear Inch)
8. ต้องตรวจสอบสารพิษตกค้าง เพื่อมั่นใจว่าผลไม้มีความปลอดภัย
9. แต่ละกล่องของผลไม้ต้องประทับตรา หรือติดฉลากระบุ lot ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งผลิต (PUC) และ PHC เพื่อให้สามารถสืบย้อนกลับได้
10. มีการเก็บบันทึกข้อมูลแต่ละล๊อต
11.โรงคัดบรรจุต้องวางระบบการแยกผลไม้ที่ได้จากโครงการออกจากผลไม้นอกโครงการ และต้องมีการจัดทำบันทึกเอกสาร และจัดทำ Standard Operating Procedures เกี่ยวกับการตรวจสอบ การจัดการและการบรรจุผลไม้
การส่งผลไม้ไปยังโรงงานฉายรังสี
โรงคัดบรรจุผลไม้จะต้องแจ้งความประสงค์ขอรับการบริการฉายรังสี ทั้งนี้คนขับรถบรรทุกผลไม้ต้องมีข้อมูลดังต่อไปนี้
- ชนิดของผลไม้
- จำนวนกล่อง
- น้ำหนักกล่อง
- น้ำหนักรวมทั้งตู้รถบรรทุก
- ชื่อของโรงคัดบรรจุผลไม้
- รหัสแหล่งผลิต พร้อมทั้งลายเซ็นต์ของเจ้าหน้าที่ APHIS
ผลไม้ที่นำมาฉายรังสีจะต้องดำเนินการขออนุญาตจาก อย.ก่อนนำมาฉายรังสี เพื่อให้ได้เลขสารบบของอาหารฉายรังสี โดยจะต้องยื่น แบบฟอร์มขอนุญาตจัดตั้งสถานที่ผลิตอาหาร(แบบ อ.1)และ แบบฟอร์มใบ สบ.5 ไปที่ อย. ทั้งนี้หลังจากที่ได้รับเลขสารบบของอาหารฉายรงสีจาก อย.แล้ว ให้นำสำเนาใบ สบ. 5 ส่งให้แก่ศูนย์ฉายรังสีเมื่อทำการยื่นขอรับบริการฉายรังสีอาหารนั้นๆ
ตัวอย่างฉลากผลไม้ฉายรังสีซึ่งถือว่าเป็นอาหารฉายรังสีชนิดหนึ่งตามกฎหมาย อย. จะต้องทำการติดฉลากแสดงว่าเป็นอาหารฉายรังสี ดังตัวอย่างฉลากด้านล่าง