|
เทคโนโลยีการฉายรังสีอัญมณี
รังสีที่เอามาใช้งานคือ อิเล็กตรอนและ เบรมส์สตราลุง
รูปแสดงแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาแบบไอโซโทป เครื่องเร่งอิเล็กตรอนพลังงานสูง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและต้นกำเนิดรังสีแกมมา ถูกใช้เป็นผลสำเร็จในกิจกรรมด้านอัญมณี ต้นกำเนิดรังสีดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างมากทั้งคุณสมบัติและการติดตั้ง ดังนั้นงานทางด้านการฉายรังสีจะต้องมีสภาวะเหมาะสมกับต้นกำเนิดรังสีนั้นๆผลของการฉายจะขึ้นอยู่กับ คุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของตัววัสดุเองและเงื่อนไขต่างๆ ของต้นกำเนิดชนิดนั้นๆด้วย การทำอันตรกิริยาของรังสีต่อวัสดุตัวกลาง ช่วงพลังงานของ Visible light มีความสัมพันธ์กับอะตอมหรือโครงสร้างผลึกที่ขึ้นกับวงรอบอิเล็กตรอน โดยเห็นเป็นสี และ Co-60(พลังงาน 1.3MeV) สามารถเปลี่ยนโครงสร้างผลึกของอัญมณีบางชนิดที่ช่วงแสงที่ตามองเห็นมีผลให้เกิด การเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำมีบางกรณีจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือเหลือง มีหลายกรณีสีที่เปลี่ยนแล้วไม่เสถียรเมื่อโดนแสงแดด รังสีประเภทคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation) : เครื่องเร่ง Van De Graff , Microtrons และเครื่องเร่งอนุภาค อิเล็กตรอนแบบเชิงเส้น ให้พลังงานมากและมีความเข้มสูงเครื่องเร่งVanDeGraff(ช่วงพลังงานMeVและมีช่วงกระแสmA) ปัจจุบันเลิกใช้แล้วเนื่องจากตัวเครื่องและการเดินเครื่องมีราคาแพงเมื่อเทียบกับเครื่องเร่งชนิดอื่นๆ ไมโครตรอน(Microtrones): แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลงพลังงานได้ที่บีมเพาเวอร์ไม่สูงนัก (1kW, 25MeV) สร้างที่สามารถปรับเปลี่ยนพลังงาน 1 หรือ 2 ช่วงและมีบีมเพาเวอร์สูง (10 และ 20 MeV, 10-20kW)
พลังงานสูง(fast neutron) อันตรกิริยาของนิวตรอนพลังงานต่ำกับสสารใดๆ มีความสำคัญมาก ตัวอย่างเช่น การจับ ยึดนิวตรอน(Neutron capture) จะสลายตัวให้รังสีบีตาและอะตอมนิวไคลด์จะถูกเปลี่ยนเป็นธาตุอื่นเช่นจาก การฉายรังสีอัญมณี ชนิดต่างๆ อัญมณีบางชนิดสามารถเปลี่ยนสีได้ง่าย แต่บางชนิดก็ยุ่งยากซับซ้อน ตัวอย่าง การใช้ประโยชน์
(Topaz)และ เพชร(Diamonds)
อิเล็กตรอนสำหรับ โทแพซ(Topaz) อย่างเดียว
การเพิ่มคุณค่าโดยวิธีดังเดิม
ตัวอย่าง เมื่อเพิ่มคุณค่าโดยการใช้รังสีแกมมาจาก Co-60 หรือ Cs-137 ให้ผลดีสำหรับ เบริล(Beryl) เปลี่ยนสีจากสีใสเป็น Bright yellow, Tourmaline เปลี่ยนเป็นสี deep red, Quartz เปลี่ยนเป็นสี brown ที่รู้จักในชื่อ smoked topaz สำหรับเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนแบบเชิงเส้นให้ผลที่คล้ายคลึงกันความแตกต่างของการฉายรังสีจากไอโซโทป รังสีและเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนแบบเชิงเส้นคือไอโซโทปรังสีให้แกมมาพลังงานเดี่ยว ส่วนเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนแบบเชิงเส้นจะให้สเปกตรัมเบรมส์สตราลุงแบบต่อเนื่อง การเพิ่มคุณค่าของโทแพซ
นอกแกนเครื่องปฏิกรณ์(OffCore): ที่ความดัน 2 บาร์ ใช้เวลาในการฉาย 11 วัน สีเปลี่ยนจาก faint yellow เป็นสี light green หลังการฉายรังสี มีกัมมันตภาพรังสีต่ำและพบไอโซโทปที่มีครึ่งชีวิตยาวน้อยมาก สีจะเสถียรที่อุณภูมิสูงไม่เกิน 200 องศาเซลเซียส ระหว่างการฉายรังสีจะเกิดความร้อนจำเป็นต้องหล่อเย็นตลอดเวลาในการฉาย ใช้เวลาในการสลายตัวของ รังสีประมาณ 2-3 เดือนหลังจากการฉายรังสีแล้ว หลังจากนั้นฉายด้วยเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนแบบเชิงเส้น ที่พลังงาน 20 MeV ปริมาณรังสี(Doses) ประมาณ 30 kGy(3 Giga rad) อีเล็กตรอนบีมขนาด 20 MeV ยิงเข้าที่อัญมณีที่ถูกห่อหุ้มด้วยกล่องอลูมิเนียม ความหนา 0.5-1 มิลลิเมตร ปริมาณรังสีที่ใช้ในการฉายอยู่ในช่วง 10 Giga rad รูปทรงของภาชนะบรรจุใช้กล่องแบนความหนา 30 มิลลิเมตร ฉายบีมแบบกวาดที่ 1Gy เป็นเวลา 1 ชั่วโมง น้ำหนักโทแพซ 1 กิโลกรัม ใช้เพาเวอร์ 28 kW ประเภทค่าครึ่งชีวิตสั้น
Sky blue : ใช้เครื่องเร่งขนาด 10-20 MeV อย่างเดียว ตัวอย่างของไอโซโทป Co-60 ที่พบหลังการฉายรังสีแล้ว เกิดจากอันตรกิริยาการจับยึดนิวตรอน(neutron capture)ของธาตุนิเกิล(nickel) พบว่าเกิดจากการเปรอะเปื้อนของอัญมณีกับภาชนะที่ใส่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-401-9889 ต่อ 5923 หรือ 080-598-2316 (ศรุดา) |
|||||||||||||||||