| |
|
| |
มะขามหวานฉายรังสีพร้อมฉลาก |
|
มะขามหวาน เป็นผลไม้ที่มีรสชาติดีและมีราคาค่อนข้างสูงอย่างหนึ่งของไทย ปลูกกันมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มะขามหวานมีหลายสายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่ได้รับความนิยมปลูกในทางค้าได้แก่ พันธุ์สีทอง ศรีชมภู ขันตี ประกายทอง และบ้านพระโรจน์ เป็นต้น มะขามหวานบางพันธุ์เคยขายได้ราคาถึงกิโลกรัมละ 500 บาทก็มี เช่น พันธุ์ประกายทอง ข้อดีของมะขามหวานคือเป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นาน ไม่เสียง่าย เกษตรกรไม่จำเป็นต้องรีบจำหน่ายผลผลิตออกไปภายหลังเก็บมาจากต้นหรือส่งไปถึงสถานที่ขายแล้ว มะขามหวานมีศัตรูที่สร้างความเสียหายในระหว่างการเก็บรักษาอยู่ 2 อย่างคือ เชื้อราและแมลง วิธีแก้ปัญหาที่เกษตรกรใช้กันทั่วไปได้แก่ การนึ่งไอน้ำหรือการอบด้วยเตาไมโครเวฟ และการเก็บห้องเย็น วิธีการเหล่านี้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของราได้ แต่ไม่สามารถทำลายแมลงที่ติดมาในมะขามหวานได้หมด ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถแก้ปัญหาของมะขามหวานอย่างได้ผล นั่นคือ วิธีการฉายรังสีมะขามหวาน |
|
|
| การเกิดราในมะขามหวาน |
การทำลายของแมลงในมะขามหวาน |
|
การฉายรังสีมะขามหวาน
การฉายรังสีมะขามหวาน เป็นการนำมะขามหวานไปรับรังสีซึ่งได้จากสารต้นกำเนิดรังสี เช่น โคบอลต์-60 หรือซีเซียม-137 รังสีที่ใช้คือ รังสีแกมมาเป็นพลังงานที่มีลักษณะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง มีความยาวคลื่นสั้นและมีอำนาจทะลุทะลวงผ่านวัตถุต่าง ๆ ได้สูง สามารถทำลายแมลงและเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารได้ จากการศึกษาพบว่า ถ้านำมะขามหวานมาลดความชื้น ด้วยการผึ่งแดดหรืออบไอร้อน แล้วบรรจุในกล่องพลาสติกที่ปิดสนิท นำไปฉายรังสีปริมาณ 1 กิโลเกรย์ จะสามารถควบคุมการเจริญของเชื้อราและทำลายแมลงที่ติดมาได้หมดสิ้น มะขามหวานที่ผ่านการฉายรังสีแล้วสามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้นานกว่า 8 เดือนโดยยังมีรสชาติเป็นที่ยอมรับของผู้ทดสอบ
การยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อมะขามหวานฉายรังสี
จากการทดลองวางจำหน่ายมะขามหวานฉายรังสี ตามศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ และบางจังหวัดของภาคอีสาน พบว่าสามารถจำหน่ายได้ในราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับมะขามหวานที่ไม่ได้ฉายรังสี จากใบสอบถามที่ได้รับตอบกลับมาพบว่า ผู้บริโภคส่วนมาก (ร้อยละ97.9 ของผู้ตอบ) พอใจคุณภาพของมะขามหวานในเรื่องปลอดจากเชื้อราและแมลง ร้อยละ 74.5 แจ้งว่าจะซื้อมะขามหวานฉายรังสีอีก ถ้ามีโอกาสเลือกซื้อมะขามหวานฉายรังสี |
|
|
การจำหน่ายมะขามหวานฉายรังสีในฟู้ดแลนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าในตลาด อ.ต.ก. |
|
ข้อแนะนำการปฏิบัติก่อนการนำมะขามหวานไปรับการฉายรังสี
ผู้ที่ต้องการนำมะขามหวานไปฉายรังสี สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการ คือ ไปยื่นคำขอมีใบอนุญาต การใช้ฉลากมะขามหวานฉายรังสี จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วจึงจะนำมะขามหวานไปรับการฉายรังสีได้ มะขามหวานที่นำไปฉายรังสี ควรได้รับการดูแลและเอาใจใส่ตั้งแต่ยังอยู่บนต้นจนถึงเวลาเก็บเกี่ยวดังนี้ |
- มะขามหวานควรได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ในสวน มีการพ่นสารเคมีเพื่อควบคุมเชื้อราและกำจัดแมลงเป็นระยะ ๆ จนถึงเวลาเก็บเกี่ยว
- เก็บมะขามหวานด้วยความระมัดระวัง อย่าให้ฝักแตก นำไปผึ่งแดดอย่างน้อย 1 วัน หรือนำไปอบด้วยไอร้อนก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อลดความชื้นภายในฝักลง นำไปเก็บในที่แห้งซึ่งมีอากาศถ่ายเทได้ดี
- ตัดก้านที่ขั้วของมะขามหวานให้สั้น คัดเลือกเอาแต่ฝักที่ดี ไม่แตก และไม่มีร่องรอยการเข้าทำลายของแมลง ทำการคัดขนาดและจัดเรียงบรรจุในภาชนะที่ป้องกันไม่ให้แมลงเข้าไปได้อีก เช่น กล่องพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิด
- ส่งมะขามหวานไปรับการฉายรังสีให้เร็วที่สุดเท่าที่โอกาสจะอำนวยให้
- ค่าบริการฉายรังสีมะขามหวานเท่ากับ 3.18 บาท ต่อกิโลกรัม
สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับการฉายรังสี
ผู้ที่มีความประสงค์จะนำมะขามหวานมารับบริการฉายรังสี สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ |
ศูนย์ฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตร
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
ต. คลองห้า อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ (02) 5774167, 5774168
โทรสาร (02) 5771945
|
สนใจติดต่อขอข้อมูล เทคโนโลยีการฉายรังสีมะขามหวานได้ที่
นายยุทธพงศ์ ประชาสิทธิศักดิ์
กลุ่มวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โทรศัพท์ 02 579 5230 ต่อ 2321 มือถือ 089 8172142
|
| |