การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์
เทคโนโลยีการฉายรังสีแหนม
แหนม เป็นอาหารพื้นบ้านชนิดหนึ่งของคนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำจากเนื้อดิบ (อาจใช้เนื้อสุกร เนื้อวัว หรือเนื้อกระบือก็ได้) นำมาหมักรวมกับหนังสัตว์ต้มสุก ข้าวสุก กระเทียม ผงชูรส และเกลือ เป็นต้น คลุกเคล้ากันให้ทั่ว บรรจุถุงพลาสติกแล้วมัดให้แน่นอาจห่อด้วยใบตองอีกชั้นก็ได้ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วันก็นำมารับประทานได้ แหนมจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวปนกับกลิ่นกระเทียม มีรสเปรี้ยวกลมกล่อม เนื่องจากเป็นอาหารที่นิยมบริโภคดิบโดยไม่ผ่านการปรุงให้สุกด้วยความร้อนก่อน จึงทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับอันตรายจากจุลินทรีย์และพยาธิที่ก่อโรคได้ การเปลี่ยนพฤติกรรมจากการกินแหนมดิบ ให้หันมากินแหนมที่ปรุงสุกด้วยความร้อนเป็นเรื่องยากมาก เพราะการทำให้สุกด้วยความร้อน จะมีผลทำให้แหนมมีรสชาติเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น จึงต้องหาวิธีการที่ทำให้แหนมปลอดจากพยาธิและเชื้อโรค โดยที่แหนมยังคงมีสภาพเป็นแหนมดิบอยู่ จึงจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ วิธีการนั้นก็คือ การฉายรังสีแหนม
การวางจำหน่ายแหนมอาบรังสีภายในศูนย์การค้ามาบุญครองซุปเปอร์มาร์เก็ตในระยะแรก

การฉายรังสีอาหาร เป็นการนำอาหารไปรับรังสีจากต้นกำเนิดรังสี ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการฉายรังสีอาหารนั้น ๆ รังสีที่ใช้ฉายอาหารได้แก่ รังสีแกมมา รังสีเอกซ์ และรังสีอิเล็กตรอน รังสีดังกล่าวเป็นพลังงานชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีความยาวคลื่นสั้น มีอำนาจทะลุทะลวงผ่านวัตถุได้สูง สามารถใช้ทำลายจุลินทรีย์ พยาธิ และแมลงที่ปนเปื้อนมาในอาหารได้ โดยอุณหภูมิของอาหารไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อรังสีผ่านไปในวัตถุใด จะไม่ทำให้วัตถุนั้นเกิดเป็นสารรังสีขึ้น ดังนั้น อาหารที่ผ่านการฉายรังสี จึงไม่มีรังสีตกค้าง และไม่มีการสะสมของรังสีเกิดขึ้น ปัจจุบันมีมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่ให้การยอมรับอาหารฉายรังสี

การฉายรังสีแหนมและการยอมรับแหนมฉายรังสีของผู้บริโภค งานศึกษาวิจัยการฉายรังสีแหนม ดำเนินการเสร็จสิ้นมาตั้งแต่ปี พ. ศ. 2517 พบว่าการฉายรังสีปริมาณ 2 กิโลเกรย์ เพียงพอในการกำจัดเชื้อโรคท้องร่วงซัลโมเนลลา ขณะเดียวกัน มีงานศึกษาวิจัยการใช้วิธีการฉายรังสี เพื่อกำจัดพยาธิตัวกลมเล็ก ๆ ในหมู (Trichinella spiralis) ซึ่งก่อให้เกิดโรคพยาธิกล้ามเนื้อ (trichinosis) โดยใช้ปริมาณรังสี 0.3 กิโลเกรย์ก็เพียงพอที่กำจัดพยาธิดังกล่าวได้แล้ว ในปี พ. ศ. 2529 ได้ดำเนินการทดลองจำหน่ายแหนมฉายรังสีเพื่อศึกษาการยอมรับ โดยวางจำหน่ายแหนมฉายรังสีพร้อมแนบใบสอบถามความคิดเห็นไปด้วย ปรากฏว่า มีผู้ที่ซื้อแหนมฉายรังสีไปบริโภค แล้วตอบใบสอบถามฯกลับมาจำนวน 138 ราย พบว่าร้อยละ 95 ของผู้ตอบบอกว่าจะซื้อแหนมฉายรังสีอีก ร้อยละ 95.7 แจ้งว่ายินดีซื้อแหนมฉายรังสี ถ้าราคาของแหนมฉายรังสีแพงกว่าแหนมไม่ฉายรังสี 1 บาทต่อท่อน และถ้าราคาแพงกว่าแหนมไม่ฉายรังสี 2 บาทต่อท่อน ผู้ยินดีซื้อแหนมฉายรังสีลดลงเหลือร้อยละ 71 สำหรับสาเหตุที่ซื้อแหนมฉายรังสี พบว่าร้อยละ 34.1 แจ้งว่าซื้อเพราะต้องการทดลอง และร้อยละ 65.9 ซื้อเพราะเชื่อว่าปลอดภัยสำหรับบริโภค ปัจจุบันมีผู้ประกอบการผลิตแหนมจำนวน 2 ราย นำแหนมมารับการฉายรังสีที่ศูนย์ฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตรคือ

  • บริษัท สุทธิลักษณ์ อินโนฟู้ด จำกัด ภายใต้ชื่อ แหนมฉายรังสี ดอนเมือง ก.ม. 26 และ
  • บริษัท อุตสาหกรรมอาหาร ส. ขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ แหนมสามเหรียญทอง
การจำหน่ายแหนมฉายรังสีในศูนย์การค้าต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน
สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับการฉายรังสี
ผู้ที่มีความประสงค์จะนำแหนมมารับการฉายรังสี สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
  ศูนย์ฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
ต. คลองห้า อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ (02) 5774167, 5774168
โทรสาร (02) 5771945
สนใจติดต่อขอข้อมูลเทคโนโลยีการฉายรังสีแหนมได้ที่
  นายยุทธพงศ์ ประชาสิทธิศักดิ์
กลุ่มวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โทรศัพท์ 02 579 5230 ต่อ 2321 มือถือ 089 8172142