การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์
เทคโนโลยีการฉายรังสีเอนไซม์โบรมีเลน
เพื่อปรับปรุงคุณภาพด้านจุลินทรีย์
โบรมีเลนหรือโบรมีลีน เป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติสามารถย่อยโปรตีนให้มีโมเลกุลเล็กลง สกัดได้จากส่วนต่าง ๆ ของสับปะรด (Ananas bracteatus และ Ananas comosus) มีสีขาวปนน้ำตาลอ่อน หรือสีออกเหลืองเล็กน้อย เป็นเอนไซม์จากพืชที่ยอมให้ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหรือใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารได้ ในประเทศอังกฤษและแคนาดากำหนดให้โบรมีเลนเป็นสารประเภท GRAS (Generally Recognized As Save) ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา โบรมีเลนได้รับอนุญาตให้ใช้ผสมในอาหารได้โดย the U.S. CFR 1981. (Enzyme specially permitted for use in food by the U.S. Code of Federal Regulation 1981)
เอ็นไซม์โบรมีเลนทำหน้าที่ย่อยโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง สกัดได้จากส่วนต่าง ๆ ของสับปะรด

ประโยชน์ของโบรมีเลน มีการนำโบรมีเลนไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ หลายประเภท เช่น อุตสาหกรรมผลิตเนื้อสัตว์ ผลิตอาหารสัตว์ ผลิตเบียร์ ไวน์ และน้ำผลไม้ รวมทั้งอุตสาหกรรมการฟอกหนัง อุตสาหกรรมเส้นใย การทำกระดาษ การทำยาสีฟันและสารซักฟอก นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยา ได้แก่ ยาช่วยย่อย และยาลดการอักเสบบางชนิด ปัจจุบันมีการนำโบรมีเลนไปใช้เป็นอาหารเสริมกันมาก เพราะเชื่อว่าทำให้มนุษย์มีสุขภาพแข็งแรงและสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ความต้องการโบรมีเลนมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ปัญหาที่พบของโบรมีเลนในการส่งออก ประเทศไทยจัดเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกโบรมีเลนรายใหญ่ของโลก การส่งออกโบรมีเลนมักพบปัญหาอยู่อย่างหนึ่งคือ โบรมีเลนมีคุณภาพไม่ได้มาตรฐานด้านจุลินทรีย์ของผู้ซื้อ เนื่องจากมีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ค่อนข้างสูง การกำจัดจุลินทรีย์ในโบรมีเลนไม่อาจใช้ความร้อนได้ ทั้งนี้เพราะความร้อนจะทำลายประสิทธิภาพการทำงานของโบรมีเลน (อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส) การกำจัดจุลินทรีย์ในโบรมีเลนที่ใช้กันคือ การรมด้วยสารเคมี วิธีการนี้กำจัดจุลินทรีย์ลงได้บางส่วนเท่านั้นและต้องใช้เวลามาก นอกจากนี้ ยังเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ผลของการฉายรังสีต่อคุณภาพด้านจุลินทรีย์ของโบรมีเลน การฉายรังสีเป็นกระบวนการทางฟิสิกส์อย่างหนึ่ง สามารถใช้กำจัดจุลินทรีย์และแมลงที่ปนเปื้อนมาในผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสะอาด ปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม จากการศึกษาวิจัยพบว่าการฉายรังสีรังสีปริมาณ 4-6 กิโลเกรย์ เพียงพอที่จะใช้ควบคุมจุลินทรีย์ในโบรมีเลนให้ได้มาตรฐานของประเทศผู้ซื้อ ข้อดีของเทคโนโลยีการฉายรังสีคือไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่นำมาฉายรังสีมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม วิธีการฉายรังสีมีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซม์ลดลงบางส่วน และพบว่าความชื้นในโบรมีเลนเป็นตัวการสำคัญในเรื่องนี้ ดังนั้น จึงต้องควบคุมปริมาณความชื้นในโบรมีเลนให้เหลือน้อยที่สุดก่อนการนำไปฉายรังสี

ข้อแนะนำในการนำโบรมีเลนมารับการฉายรังสี

  1. ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ให้เกิดมีขึ้นน้อยที่สุด
  2. ลดความชื้นของโบรมีเลนในกระบวนการผลิตให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานอันเกิดจากการฉายรังสี
  3. ทำการตรวจคุณภาพด้านจุลินทรีย์ของโบรมีเลนก่อนนำไปฉายรังสี ทั้งนี้ เพื่อจะได้ทราบปริมาณการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในโบรมีเลนและกำหนดปริมาณรังสีที่จะฉายได้อย่างเหมาะสม

สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับการฉายรังสี

ผู้ที่มีความประสงค์จะนำโบรมีเลนมารับการฉายรังสี สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

ศูนย์ฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตร
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
ต. คลองห้า อ. คลองหลวง จ. ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ (02) 5774167, 5774168
โทรสาร (02) 5771945

สนใจเทคโนโลยีการฉายรังสีโบรมีเลน ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นายยุทธพงศ์ ประชาสิทธิศักดิ์
กลุ่มวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โทรศัพท์ 02 579 5230 ต่อ 2321 มือถือ 089 8172142